กระทรวงการคลังและเศรษฐกิจเกาหลีใต้ประกาศเดินหน้าออกกฎหมาย National Asset Basic Act แทนพระราชบัญญัติทรัพย์สินแห่งรัฐฉบับปัจจุบันที่บังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2493 โดยขยายขอบเขตให้ครอบคลุมสินทรัพย์ประเภทใหม่ รวมถึงคริปโทเคอร์เรนซีและทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมเปลี่ยนแนวทางบริหารจากการ "อนุรักษ์และจำหน่าย" มาสู่การ "สร้างมูลค่า" ขณะที่ในการประชุมสภาแห่งรัฐเมื่อต้นสัปดาห์ กระทรวงย้ำความมุ่งมั่นผลักดันเศรษฐกิจบล็อกเชนในช่วงครึ่งปีหลังของ 2569 ควบคู่กับการพัฒนา CBDC และกฎหมาย Digital Asset Basic Act
กระทรวงการคลังและเศรษฐกิจเกาหลีใต้เปิดเผยในการแถลงประจำสัปดาห์ ณ ทำเนียบประธานาธิบดีชองวาแด เมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า โครงสร้างกฎหมายบริหารสินทรัพย์ของรัฐที่มีอยู่นั้นสร้างขึ้นในปี 2493 เพื่อรองรับโครงสร้างสินทรัพย์ที่เน้นอสังหาริมทรัพย์เป็นศูนย์กลาง และไม่เคยได้รับการปรับปรุงรากฐานอย่างจริงจังในรอบกว่าเจ็ดสิบปี กฎหมายใหม่จะวางกรอบที่ยืดหยุ่นพอสำหรับสินทรัพย์ยุคดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ หรือสินทรัพย์เสมือน ให้ได้รับการบริหารจัดการภายใต้หลักเกณฑ์เดียวกัน
จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดในกฎหมายฉบับใหม่คือการพลิกปรัชญาการบริหาร แทนที่จะมอง "สินทรัพย์รัฐว่าเป็นสิ่งที่ต้องรักษา ขาย หรือพัฒนาขั้นพื้นฐาน" กรอบใหม่จะวางเป้าหมายที่การสร้างมูลค่าจากสินทรัพย์แต่ละประเภทตามศักยภาพเฉพาะของมัน กล่าวคือรัฐบาลเกาหลีใต้กำลังยอมรับอย่างเป็นทางการว่าคริปโทเคอร์เรนซีและทรัพย์สินทางปัญญาไม่ใช่ "ทรัพย์สินแปลกปลอม" ที่ต้องได้รับการจัดการเป็นกรณีพิเศษอีกต่อไป แต่เป็นสินทรัพย์แห่งรัฐประเภทหนึ่งที่ต้องมีกรอบบริหารที่ชัดเจนรองรับ
การประกาศนี้เชื่อมต่อกับแนวทางที่รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศในการประชุมสภาแห่งรัฐเมื่อวันจันทร์ ซึ่งกระทรวงระบุแผนงานด้านเศรษฐกิจดิจิทัลครึ่งปีหลัง 2569 สองเรื่องสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาโครงการ CBDC ต่อเนื่อง และการผลักดัน Digital Asset Basic Act ซึ่งเป็นกฎหมายเฉพาะสำหรับกำกับดูแลคริปโตและ stablecoin ในประเทศ แม้ว่าการพัฒนา AI จะกลายเป็นจุดเน้นหลักของรัฐบาลในช่วงนี้ แต่บล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัลยังคงเป็นเสาหลักในแผนเศรษฐกิจ ไม่ใช่ประเด็นที่ถูกปัดทิ้ง
สำหรับไทยและอาเซียน การเคลื่อนไหวของเกาหลีใต้ครั้งนี้มีนัยยะในสองระดับ ระดับแรกคือการที่รัฐบาลระดับกลุ่มประเทศ G20 เริ่มนำคริปโตเข้าสู่กรอบการบริหารสินทรัพย์ของรัฐอย่างเป็นทางการ เป็นสัญญาณว่ากระแสการยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลในระดับนโยบายรัฐกำลังเข้าสู่กระแสหลัก ระดับที่สองคือโมเดลของเกาหลีใต้ที่ผลักดันทั้ง CBDC ทั้ง Digital Asset Act และทั้ง National Asset Basic Act พร้อมกัน สะท้อนแนวคิดว่าระบบนิเวศดิจิทัลที่สมบูรณ์ต้องการกรอบกฎหมายหลายชั้นที่ทำงานประสานกัน ซึ่งเป็นบทเรียนที่ ธปท. และ ก.ล.ต. ไทยอาจนำไปใช้อ้างอิงในการออกแบบโครงสร้างกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลของตนเองในระยะต่อไป


