บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ระบุว่าวานนี้ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ Brent ปิดบวก +9.6% เป็น USD83.3/bbl สูงสุดนับตั้งแต่สหรัฐและอิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพและอนุญาตให้เรือสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ได้อย่างเสรี
แต่ล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศว่า ข้อตกลงสันติภาพที่สหรัฐฯ และอิหร่านทำร่วมกันเมื่อเดือนที่แล้วเพื่อเปิด Strait of Hormuz และเจรจาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นเพียงแค่การทดสอบเท่านั้น และสหรัฐฯ กำลังจะนำมาตรการปิดกั้น (blockage) อิหร่านกลับมาอีกครั้ง แต่แจ้งว่า Strait of Hormuz เปิดอยู่ (ขัดกับที่อิหร่านประกาศปิดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา) และประเทศอื่นๆ สามารถผ่าน Strait of Hormuz ได้อย่างอิสระโดยสหรัฐฯ จะเรียกเก็บ 20% จากเรือทุกลำที่แล่นผ่าน
นอกจากนี้ หลังจากซาอุดิอาระเบียและกองกำลังติดอาวุธฮูตี (Houthi) หยุดโจมตีระหว่างกันมาตั้งแต่ปี 65 วานนี้ มีรายงานว่าซาอุฯ ได้โจมตีสนามบินนานาชาติ Sanaa ของเยเมนเพื่อสกัดเครื่องบินอิหร่านลงจอด ทำให้ Houthi ได้โจมตีกลับไปที่สนามบินนานาชาติ Abha ของซาอุฯ ในภายหลัง แม้จะไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บแต่เหตุการณ์นี้ถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งครั้งสำคัญ หลังจากที่สถานการณ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายค่อนข้างสงบมาระยะหนึ่ง
บล.ดาโอ มองว่า ข่าวความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กลับมาสูงขึ้นและการปิด Strait of Hormuz จะเป็นปัจจัยบวกต่อแนวโน้มราคาน้ำมันในระยะสั้น อย่างไรก็ดี เราคาดว่าราคาน้ำมันจะยังคงมีความผันผวนสูงอยู่ โดยเรายังคงสมมติฐานราคาน้ำมันดูไบเฉลี่ยปี 69 ที่ USD85.0/bbl
เรายังคงน้ำหนักการลงทุน มากกว่าตลาด สำหรับกลุ่มปิโตรเคมี และ เท่ากับตลาด สำหรับกลุ่มพลังงาน คาดว่าข่าวนี้จะเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นพลังงานต้นน้ำและหุ้นปิโตรเคมี โดยเราชอบ PTTEP (ซื้อ/เป้า 180.00 บาท) จากแนวโน้มราคาขายเฉลี่ยน้ำมัน (liquid ASP) ที่จะสูงขึ้น ขณะที่เราชอบ PTTGC (ซื้อ/เป้า 44.00 บาท) จากแนวโน้มอุปทานที่น่าจะลดลงจากการขนส่งผ่าน Strait of Hormuz ที่ลดลง


