xs
xsm
sm
md
lg

หุ้นแกว่งตัวรับโมเมมตัมหุ้นเทคฯสหรัฐฟื้น น้ำมันร่วงหลังคลายกังวลสถานการณ์ ตอ.กลาง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นักวิเคราะห์ฯ มองหุ้นไทยเช้านี้แกว่งทรงตัว ชี้รับอานิสงส์หุ้นเทคฯ สหรัฐฯ ฟื้นต่อเนื่อง ประกอบกับความกังวลตะวันออกกลางคลายตัวยังคาดหวังการเจรจายังเดินหน้า สะท้อนน้ำมันดิบร่วง ขณะที่ปัจจัยในประเทศรับจิตวิทยาเชิงบวกศาลรัฐธรรมนูญไฟเขียว พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท หนุนฟันด์โฟลว์ไหลเข้าซื้อสุทธิติดต่อกันเป็นวันที่ 6 ประเมินกรอบแนวรับ 1,600 จุด และแนวต้าน 1,620 จุด

นายวิจิตรอารยะพิศิษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย กล่าวว่าแนวโน้มตลาดหุ้นไทย [SET.X] เช้านี้คาดดัชนีเคลื่อนไหวทรงตัวในกรอบ โดยบรรยากาศการลงทุนต่างประเทศ หุ้นกลุ่มเทคโนโลนีฟื้นตัวต่อเนื่องวันที่ 2 เป็นสัญญาณเชิงบวก ขณะที่สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ล่าสุดสัญญาณการเจรจายังดำเนินต่อเชิงเทคนิค แม้ยังมีการโจมตีระหว่างสหรัฐและอิหร่าน แต่ราคาน้ำมันเมื่อวานนี้ปิดลบ 2.2% สะท้อนว่าตลาดไม่ได้กังวลมากกับประเด็นดังกล่าวและผ่อนคลายระยะสั้น

สำหรับปัจจัยในประเทศ เมื่อวานมี Sentiment บวก จากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าพ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาทไม่ขัดรธน. ซึ่งประเด็นดังกล่าวจะเข้ามาช่วยการเติบโตของเศรษฐกิจไทย ส่วนในปีนี้คาดว่าจะมีการใส่เม็ดเงินเข้าสู่ระบบก่อนราว 2 แสนล้านบาท โดยส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ซึ่งแม้ว่าอาจจะยังเข้ามาไม่เต็มที่ในปีนี้ แต่เชื่อว่าจะเข้าไปหนุนเศรษฐกิจได้อย่างชัดเจนในปีหน้า ปัจจัยบวกดังกล่าวส่งผลให้โมเมนตัมของกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ยังคงไหลเข้า โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิติดต่อกันเป็นวันที่ 6 แล้ว ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยประคองดัชนีหุ้นไทยให้ยืนเหนือระดับ 1,600 จุดได้

สำหรับปัจจัยในประเทศระยะถัดไปที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือ การทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน เนื่องจากปัจจุบันเริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูกาลรายงานงบการเงิน (Earnings Season) โดยนักวิเคราะห์เริ่มทยอยออกบทวิเคราะห์คาดการณ์ งบการเงินของบริษัทต่าง ๆ สัญญาณของตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นอาจจะขึ้นอยู่กับผลประกอบการของหุ้นรายตัวเป็นหลัก

ส่วนปัจจัยในต่างประเทศที่สำคัญในสัปดาห์หน้า แนะนำให้ติดตามการรายงานตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐ โดยในวันอังคาร (14 ก.ค.) จะมีการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมิ.ย.และวันพุธ (15 ก.ค.) จะเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนมิ.ย.ซึ่งถือเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญที่จะส่งผลต่อการกำหนดนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในระยะต่อไป

ประเมินกรอบแนวรับ 1,600 จุด และแนวต้าน 1,620 จุด