สมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ประมวลการคาดการณ์ประมาณการเป้าหมายดัชนีหุ้นปลายปี 2569 จากบรรดานักวิเคราะห์หลักทรัพย์และผู้จัดการกองทุน โดยมีตัวเลขประมาณการเป้าหมายดัชนีปลายปีนี้เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 1,619 จุด
แต่เมื่อวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา ในระหว่างชั่วโมงซื้อขาย ดัชนีได้พุ่งทะยานทะลุประมาณการเป้าหมายของสมาคมนักวิเคราะห์ไปเรียบร้อยแล้ว โดยขึ้นไปสูงสุดที่ 1,621.19 จุด และถือเป็นจุดสูงสุดใหม่ในรอบประมาณ 4 ปี ก่อนลงมาปิดที่ระดับ 1,611.28 จุด
สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นกลับสู่ความคึกคักเต็มรูปแบบ ดัชนีดีดตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง และไม่ใช่หุ้นบริษัท เดลต้า อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA เท่านั้นที่เป็นตัวนำตลาดเหมือนการปรับตัวขึ้นในรอบก่อน ๆ แต่การพุ่งขึ้นของดัชนีรอบนี้ เกิดจากหุ้นขนาดใหญ่ในทุกกลุ่มที่ช่วยกันขับเคลื่อนดัชนีให้เดินหน้าต่อ จนสร้างจุดสูงสุดใหม่
แรงซื้อที่ไหลกลับเข้ามาในหุ้นขนาดใหญ่ เกิดจากนักลงทุนต่างชาติที่แห่ซื้อหุ้นคืน โดยไล่กวาดเก็บหุ้นขนาดใหญ่ไม่เลือกหน้า หรือซื้อหุ้นขนาดใหญ่ทุกตัวที่ขวางหน้า ดันราคาหุ้นสร้างจุดสูงสุดใหม่ในรอบหลายปีกันถ้วนหน้า โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มแบงก์
นักลงทุนต่างชาติกลับมาไล่ซื้อหุ้นอย่างเมามันในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน เปิดประเดิมรับสัปดาห์ใหม่ ซื้อหุ้นสุทธิ 7,599 ล้านบาท วันอังคารซื้อสุทธิ 5,745 ล้านบาท วันพุธขายออก 1,592 ล้านบาท วันพฤหัสบดีซื้อหนักอีก 8,560 ล้านบาท และวันศุกร์ซื้อสุทธิส่งท้ายสัปดาห์อีก 5,782 ล้านบาท
รวม 5 วันทำการ ต่างชาติซื้อหุ้นสุทธิ 26,094 ล้านบาท ทำให้เดือนกรกฎาคมมียอดซื้อสุทธิสะสม 12,750 ล้านบาท ส่วนยอดซื้อหุ้นสะสมสุทธินับจากต้นปีมีจำนวน 39,923 ล้านบาท
ดัชนีที่ทะลุผ่าน 1,600 จุด จนสร้างจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 4 ปีได้ เพราะแรงหนุนของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งขนเงินมาไล่ซื้อหุ้น โดยอาจปรับมุมมองแนวโน้มตลาดหุ้นไทย ประเมินว่ากำลังฟื้นตัว และเห็นโอกาสในการเก็บเกี่ยวผลตอบแทนที่ดี
ครึ่งปีหลัง ถ้านักลงทุนต่างชาติทยอยหอบเงินกลับมาไล่ซื้อหุ้น บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นคงสดใสไม่น้อยหน้าครึ่งปีแรก และดัชนีมีโอกาสเดินหน้าสร้างจุดสูงสุดได้ต่อเนื่อง โดยวิ่งไปไกลจาก 1,600 จุด
ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ โบรกเกอร์สำนักต่าง ๆ อาจต้องเตรียมตัวปรับมุมมองแนวโน้มตลาดหุ้นครึ่งปีหลังกันใหม่ พร้อมปรับประมาณการเป้าหมายดัชนีหุ้นปลายปีกันอีกครั้ง และนักลงทุนอาจได้เห็นตัวเลขใหม่ ๆ ที่ยังไม่มีโบรกเกอร์สำนักไหนพูดถึงมาก่อน
1,700 จุดในปลายปีนี้ อาจเป็นตัวเลขที่โบรกเกอร์บางสำนักหยิบยกขึ้นมาเป็นเป้าหมายใหม่ ซึ่งอาจไม่ห่างไกลเกินจริง ภายใต้เงื่อนไขว่าสงครามตะวันออกกลางจะไม่ปะทุขึ้นใหม่ และนักลงทุนต่างชาติยังขนเงินบุกตลาดหุ้นไทย
ปี 2569 บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นอาจเป็นหนังคนละม้วนกับ 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งหุ้นจมปรักอยู่ในความซบเซาอย่างหนัก เพราะปีนี้หุ้นร้อนแรงจัด ดัชนีทะยานขึ้นมาแล้วกว่า 350 จุด และมีแนวโน้มเดินหน้าต่อไป ภายใต้ความคาดหวังว่าเงินทุนต่างชาติจะไหลกลับอย่างไม่ขาดสาย
นักลงทุนรายย่อยในประเทศ แม้เก็บสะสมหุ้นต้นทุนสูง แบกขาดทุนมาแล้ว 3 ปี ยอดซื้อหุ้นสุทธิรวมกันประมาณ 3.5 แสนล้านบาท นับจากต้นปียังมียอดซื้อหุ้นสะสมสุทธิอีก 15,350 ล้านบาท เพียงแต่ช่วงนี้หันมาปรับกลยุทธ์ทยอยเทขายหุ้นออก เพราะได้โอกาสที่ดีในการเทขาย
การขายหุ้นในจังหวะที่หุ้นขึ้น นอกจากขายได้คล่องแล้ว ยังขายหุ้นได้ในราคาที่ดี และเป็นการผ่องถ่ายต้นทุนให้ต่างชาติแบกรับหุ้นราคาสูงไปแทน
แรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติที่ไหลกลับ อาจขับเคลื่อนให้ดัชนีวิ่งไปไกลจาก 1,600 จุด แต่ใครจะบอกได้ว่าต่างชาติจะหยุดซื้อเมื่อไหร่ และรอบนี้ดัชนีจะวิ่งไปไกลถึงระดับใด
หุ้นที่เด้งขึ้นมาเหนือ 1,600 จุด เป็นโอกาสอันดีของนักลงทุนรายย่อย และจงก้มหน้าก้มตาขายกันต่อไป อย่าได้เสียดายของ


