xs
xsm
sm
md
lg

ไอร์แลนด์ จับมือ Europol ยึดบิทคอยน์พันล้านเจ้าพ่อค้ายา แม้อ้างข้อมูลเข้ารหัสสูญหาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สำนักงานปราบปรามทรัพย์สินอาชญากรรมแห่งไอร์แลนด์จับมือสำนักงานตำรวจแห่งยุโรปหรือ Europol เดินหน้ากวาดล้างทรัพย์สินดิจิทัลผิดกฎหมาย ล่าสุดประกาศความสำเร็จในการยึดคืนบิทคอยน์เพิ่มอีก 500 เหรียญ ดันยอดรวมในปีพุทธศักราช 2569 ทะลุ 1,500 เหรียญ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 92 ล้านดอลลาร์ ปฏิบัติการครั้งนี้จุดกระแสความสนใจในแวดวงการเงินโลกเมื่อเส้นทางการเงินบนบล็อกเชนชี้เป้าไปยังกระเป๋าเงินดิจิทัลของอดีตเจ้าพ่อค้ายารายใหญ่ที่เคยอ้างว่าข้อมูลเข้ารหัสสูญหายไปตลอดกาล การเคลื่อนไหวของขุมทรัพย์ดังกล่าวไม่เพียงแต่สะท้อนถึงขีดความสามารถที่เพิ่มขึ้นของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการถอดข้อมูลเข้ารหัสและตรวจสอบคริปโทเคอร์เรนซี ทว่ายังเผยให้เห็นถึงความสลับซับซ้อนของคดีอาชญากรรมข้ามชาติที่เทคโนโลยีล้ำสมัยกลายเป็นเครื่องมือในการซุกซ่อนเม็ดเงินมหาศาล

อ้างอิงรายงานข่าวจาก Cointelegraph ระบุว่า สำนักงานปราบปรามทรัพย์สินอาชญากรรม (Criminal Assets Bureau หรือ CAB) แห่งประเทศไอร์แลนด์ ยืนยันผลสำเร็จในปฏิบัติการยึดคืนบิทคอยน์จำนวน 500 บิทคอยน์ ซึ่งมีมูลค่าในตลาดปัจจุบันราว 27 ล้านยูโร หรือประมาณ 30.9 ล้านดอลลาร์ ปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับความร่วมมืออย่างใกล้ชิดจากศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ยุโรปของ Europol ซึ่งเข้ามาสนับสนุนทั้งในแง่การประสานงานเชิงปฏิบัติการ ความเชี่ยวชาญทางเทคนิค ตลอดจนการถอดรหัสความปลอดภัยขั้นสูง ส่งผลให้ยอดรวมการยึดทรัพย์สินประเภทบิทคอยน์ของ CAB เฉพาะในปีพุทธศักราช 2569 พุ่งสูงถึง 1,500 บิทคอยน์ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 92.4 ล้านดอลลาร์

แม้หน่วยงานภาครัฐจะปฏิเสธที่จะเปิดเผยอัตลักษณ์ของเจ้าของกระเป๋าเงินดิจิทัลหรือรายละเอียดเชิงลึกของการสืบสวนเนื่องจากข้อจำกัดทางกฎหมาย สิ่งที่น่าจับตาคือความเคลื่อนไหวบนบล็อกเชนล่าสุด โดยข้อมูลจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์บล็อกเชน Arkham บ่งชี้ว่ากระเป๋าเงินดิจิทัลที่มีความเชื่อมโยงกับ คลิฟตัน คอลลินส์ (Clifton Collins) อดีตผู้ต้องหาคดียาเสพติดชื่อดัง ได้มีการโอนย้ายบิทคอยน์จำนวน 500 บิทคอยน์ไปยังที่อยู่ที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา สอดคล้องกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ในเดือนมีนาคมที่ CAB สามารถเข้าถึงและอายัดทางกฎหมายกับกระเป๋าเงินดิจิทัลในลักษณะเดียวกัน ซึ่งสื่อท้องถิ่นของไอร์แลนด์ต่างวิเคราะห์ตรงกันว่าเป็นทรัพย์สินของคลิฟตัน คอลลินส์

สำนักงานปราบปรามทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิด (CAB) ยึด Bitcoin เพิ่มอีก 500 BTC ที่มา: สำนักงานปราบปรามทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิด (CAB)
สืบเนื่องมาจากคดีประวัติศาสตร์ในปีพุทธศักราช 2560 คลิฟตัน คอลลินส์ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวหลังจากตรวจค้นรถยนต์แล้วพบกัญชาซุกซ่อนอยู่เป็นจำนวนมาก จากการขยายผลการสอบสวนพบว่าเขาได้นำเงินรายได้จากการค้ายาเสพติดไปกว้านซื้อบิทคอยน์ในช่วงปลายปีพุทธศักราช 2554 ถึงต้นปีพุทธศักราช 2555 โดยกระจายการถือครองไว้ในกระเป๋าเงินดิจิทัลทั้งหมด 12 บัญชี รวมจำนวนทั้งสิ้น 6,000 บิทคอยน์ แง่มุมที่กลายเป็นตำนานในโลกคริปโทเคอร์เรนซีคือการที่เขาจดบันทึกรหัสผ่านส่วนตัวลงบนกระดาษขนาด A4 เพียงแผ่นเดียว แล้วนำไปซ่อนไว้ในฝาอลูมิเนียมของกล่องใส่เบ็ดตกปลา ณ บ้านเช่าของตนเอง

ทว่าจุดพลิกผันของเรื่องราวเกิดขึ้นภายหลังการถูกจับกุม เมื่อเจ้าของบ้านเช่าได้เคลียร์ทรัพย์สินทั้งหมดของเขาไปทิ้ง ขณะที่คลิฟตัน คอลลินส์ อ้างว่ากล่องใส่เบ็ดตกปลาดังกล่าวถูกขโมยไปก่อนหน้านั้นแล้ว ทำให้รหัสผ่านของขุมทรัพย์มูลค่ามหาศาลนี้เสมือนสูญหายไปอย่างไร้ร่องรอยลึกลับตลอดหลายปีที่ผ่านมา ปัจจุบันสินทรัพย์ดิจิทัลที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในกระเป๋าเงินที่เชื่อมโยงกับเขายังคงมีอยู่อีกราว 4,500 บิทคอยน์ คิดเป็นมูลค่ามหาศาลกว่า 277 ล้านดอลลาร์ ณ วันศุกร์นี้

ที่มา: ARKHAM
ทั้งนี้ประเด็นสำคัญคือปฏิบัติการในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ข้ออ้างเรื่องรหัสผ่านหาย หรือความซับซ้อนของระบบการเข้ารหัสบล็อกเชน ไม่ใช่อุปสรรคที่ไร้ทางผ่านสำหรับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในปัจจุบันอีกต่อไป ความร่วมมือระหว่าง CAB และเทคโนโลยีการแกะรอยของ Europol แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการขั้นสูงในการเจาะระบบและติดตามเส้นทางการเงินนอกระบบ ซึ่งก่อนหน้านี้โลกเทคโนโลยีเชื่อว่าปลอดภัยจากการแทรกแซง ในอีกมุมหนึ่ง ปรากฏการณ์นี้กำลังส่งสัญญาณเตือนไปยังกลุ่มอาชญากรไซเบอร์และขบวนการฟอกเงินทั่วโลก ว่าพื้นที่สีเทาในโลกคริปโทเคอร์เรนซีกำลังถูกตีกรอบให้แคบลงเรื่อย ๆ ด้วยมาตรการตรวจสอบที่เข้มงวดและทรงประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ของภาครัฐที่ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีการเงินโฉมใหม่