xs
xsm
sm
md
lg

ดูไบผงาดฮับคริปโตโลก ยอดไลเซนส์ธุรกิจทะลุ 50 แห่ง ทิ้งห่างสิงคโปร์-ฮ่องกง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ดูไบเดินหน้าตอกย้ำภาพลักษณ์เมืองหลวงแห่งสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลก ล่าสุดหน่วยงานกำกับดูแลคริปโทเคอร์เรนซีโดยตรงอย่าง VARA ประกาศอนุมัติใบอนุญาตประกอบธุรกิจทะลุ 50 รายเป็นที่เรียบร้อย ทิ้งห่างคู่แข่งสำคัญในสมรภูมิเอเชียอย่างสิงคโปร์และฮ่องกงอย่างเห็นได้ชัด แม้ตัวเลขดังกล่าวจะไม่ได้สะท้อนถึงจำนวนบริษัทที่เปิดดำเนินการจริงทั้งหมดในขณะนี้ ซึ่งนับเป็นก้าวย่างเชิงยุทธศาสตร์เศรษฐกิจดิจิทัลในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนและบริษัทชั้นนำเข้าสู่ระบบนิเวศทางการเงินของตะวันออกกลาง ขณะเดียวกันยังต้องจับตาแรงกระเพื่อมทางการเมืองในสหรัฐฯ ที่อาจมีนัยสำคัญต่อบิ๊กดีลคริปโตมูลค่ามหาศาลในภูมิภาคแห่งนี้

อุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซีในตะวันออกกลางกำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เมื่อ Cointelegraph รายงานข้อมูลเชิงลึกระบุว่า องค์กรกำกับดูแลสินทรัพย์เสมือนแห่งดูไบ หรือ VARA ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญด้วยการอนุมัติใบอนุญาตผู้ให้บริการสินทรัพย์เสมือน (VASP) ลำดับที่ 50 ให้แก่แพลตฟอร์มแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคนนามว่า Tribe Tokenisation FZE เมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา หมุดหมายดังกล่าวนับเป็นเครื่องยืนยันชั้นดีถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของระบอบการให้ใบอนุญาตธุรกิจคริปโตในรัฐดูไบ

กระนั้น ตัวเลขใบอนุญาตที่พุ่งสูงขึ้นอาจไม่ใช่ภาพสะท้อนที่สมบูรณ์แบบของสภาพการแข่งขันในตลาดที่แท้จริง โฆษกของ VARA เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกว่า การถือครองใบอนุญาตที่ยังมีผลบังคับใช้ไม่ได้การันตีว่าบริษัทเหล่านั้นจะสามารถเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ทันที กล่าวคือผู้ประกอบการที่เพิ่งได้รับไฟเขียวจะต้องผ่านกระบวนการเตรียมความพร้อมและการทดสอบระบบปฏิบัติการภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวด ก่อนที่จะได้รับสิทธิ์ให้เสนอบริการหรือรับลูกค้าจริง สอดคล้องกับฐานข้อมูลเมื่อสิ้นปี 2568 ซึ่งระบุว่ามี VASP เพียง 39 แห่งเท่านั้นที่เปิดดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ โดยขณะนี้ทางหน่วยงานกำกับดูแลกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและยืนยันตัวเลขสถานะล่าสุดสำหรับปี 2569

หากย้อนมองกลยุทธ์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ดูไบพยายามอย่างหนักในการวางหมากรุกกระดานเศรษฐกิจเพื่อผลักดันตนเองให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลก เป็นผลให้มีการก่อตั้ง VARA ขึ้นในเดือนมีนาคม 2565 ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลคริปโทเคอร์เรนซีโดยเฉพาะ กลยุทธ์การสร้างกรอบใบอนุญาตแบบเอกเทศนี้ถือเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญที่ดึงดูดบรรดาธุรกิจคริปโตให้ตบเท้าเข้ามาร่วมวง

รายชื่อแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตในฮ่องกง ที่มา: SFC
สิ่งที่น่าจับตาคือ เมื่อเปรียบเทียบกับเขตอำนาจศาลอื่นที่กำลังขับเคี่ยวกันเพื่อแย่งชิงเม็ดเงินจากธุรกิจคริปโตที่ถูกกฎหมาย จำนวนผู้ถือใบอนุญาต 50 แห่งของดูไบนั้นแซงหน้าฮับการเงินอย่างสิงคโปร์และฮ่องกงไปแล้ว แม้ว่าแต่ละพื้นที่จะมีหลักเกณฑ์การให้ใบอนุญาตที่แตกต่างกัน ซึ่งไม่อาจนำมาเทียบเคียงกันได้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตาม ยกตัวอย่างเช่น ธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) อนุมัติสถาบันการชำระเงินรายใหญ่ (MPI) จำนวน 37 แห่งให้สามารถให้บริการโทเคนการชำระเงินดิจิทัล (DPT) แต่สิงคโปร์เลือกที่จะกำกับดูแลบริการเหล่านี้ภายใต้กฎหมายการชำระเงินในภาพรวม แตกต่างจากดูไบที่มี VARA คอยดูแลกำกับโดยตรง

ในทางตรงกันข้ามคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และล่วงหน้าของฮ่องกง (SFC) ได้ขึ้นทะเบียนแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์เสมือนอย่างเป็นทางการเพียง 13 แห่ง เนื่องจากฮ่องกงจำกัดขอบเขตการกำกับดูแลไว้เฉพาะผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายเท่านั้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความระมัดระวังในการเปิดรับความเสี่ยงของฝั่งเอเชีย

ตัวแทนจาก VARA วิเคราะห์ความสำเร็จของดูไบว่า อันเป็นผลมาจากกรอบการกำกับดูแลที่อิงตามกิจกรรมเป็นหลัก ผนวกกับความแข็งแกร่งของระบบนิเวศทางการเงินในภาพรวม พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าหน่วยงานไม่ได้ประเมินศักยภาพเพียงแค่ตัวเลขจำนวนบริษัท ทว่ายังให้ความสำคัญกับการเจาะลึกปริมาณธุรกรรม สินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ การจ้างงาน และข้อมูลทางการเงินที่ผ่านการตรวจสอบ เพื่อวัดระดับความแข็งแกร่งของตลาดอย่างแท้จริง

ในอีกมุมหนึ่ง นอกเหนือจากการเติบโตภายในประเทศ ภูมิภาคตะวันออกกลางยังเป็นสมรภูมิทางการเงินที่เกี่ยวโยงกับการเมืองโลกอย่างแยกไม่ออก ล่าสุดมีรายงานความเคลื่อนไหวจากฝั่งสหรัฐอเมริกา เมื่อสมาชิกวุฒิสภาสังกัดพรรคเดโมแครตกำลังเรียกร้องให้มีการสอบสวนข้อตกลงทางธุรกิจมูลค่ามหาศาลกว่า 500 ล้านดอลลาร์ ระหว่างครอบครัวทรัมป์และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประเด็นนี้นับเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ว่าการขยับตัวของขั้วอำนาจการเมืองข้ามชาติ จะส่งผลแรงกระเพื่อมต่อตลาดบิทคอยน์รวมถึงอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซีในตะวันออกกลางอย่างไรในระยะต่อไป