xs
xsm
sm
md
lg

แบงก์ชาติสิงคโปร์ขึ้นบัญชีเตือน Hyperliquid ไร้ใบอนุญาติตามรอย Binance และ Bybit สวนทางความเชื่อมั่นนักลงทุน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) เพิ่ม Hyperliquid แพลตฟอร์มซื้อขายอนุพันธ์แบบกระจายศูนย์เข้าบัญชี Investor Alert List (IAL) ซึ่งเป็นทะเบียนเตือนผู้บริโภคเกี่ยวกับแพลตฟอร์มคริปโตที่ไม่มีใบอนุญาตในสิงคโปร์ ทำให้ Hyperliquid ร่วมรายชื่อกับ Binance และ Bybit ที่ถูกขึ้นบัญชีเดียวกันก่อนหน้านี้ กระนั้น ข่าวนี้ไม่ได้หยุดยั้งนักลงทุนรายใหญ่อย่าง Bitwise และ Multicoin Capital จากการออกมาประกาศความเชื่อมั่นในพื้นฐานของแพลตฟอร์มต่อสาธารณะ

การขึ้นบัญชี IAL ไม่ใช่การแบนหรือคำสั่งบังคับใช้กฎหมายของธนาคารกลางสิงคโปร์หรือ MAS ใช้ทะเบียนนี้เพื่อแจ้งเตือนผู้บริโภคว่าแพลตฟอร์มดังกล่าวให้บริการในสิงคโปร์โดยไม่ได้รับอนุญาต และนักลงทุนที่ใช้บริการ จะไม่ได้รับความคุ้มครองภายใต้กฎหมายสิงคโปร์ ขณะที่ Hyperliquid ยืนยันว่าโครงสร้างแพลตฟอร์มไม่ได้เปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด เนื่องจากดำเนินการบนโครงสร้างพื้นฐานแบบไร้สิทธิ์ควบคุม และผู้ใช้ยังคงถือครองสินทรัพย์ด้วยตัวเองตลอดเวลา บริษัทระบุว่าไม่เคยอ้างว่าตนถือใบอนุญาต MAS

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้กรณีนี้น่าสนใจกว่า Binance หรือ Bybit คือโครงสร้างของ Hyperliquid แตกต่างจากกระดานเทรดแบบรวมศูนย์ทั่วไปโดยสิ้นเชิง ทีมงานประมาณ 11 คน ย้ายมาตั้งรกรากในสิงคโปร์ตั้งแต่ปี 2567 นำโดย เจฟฟ์ ยาน (Jeff Yan) ผู้ร่วมก่อตั้ง แต่ไม่เคยยื่นขอใบอนุญาตจาก MAS เพราะถือว่าแพลตฟอร์มแบบ permissionless ไม่ได้อยู่ในข่ายที่ต้องขออนุญาต คำถามที่ตามมาจึงไม่ใช่แค่เรื่อง Hyperliquid แต่คือ MAS จะนำบรรทัดฐานเดียวกันไปใช้กับแพลตฟอร์ม DeFi อื่นในลักษณะเดียวกันอีกหรือไม่

ขณะที่ราคาโทเค็น HYPE ร่วงลง 2% หลังข่าว และซื้อขายอยู่ที่ราว 62 ดอลลาร์ในวันศุกร์ ยังต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 76.70 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน แต่ยังสูงกว่าระดับเมื่อปีก่อนราว 65% ปริมาณซื้อขายบนแพลตฟอร์มทรงตัวหลังข่าว ซึ่งบ่งชี้ว่าผู้ใช้ยังคงใช้งานต่อเนื่องโดยไม่ได้รับผลกระทบจากคำเตือนของ MAS

ในมุมของนักลงทุนสถาบัน ฮันเตอร์ ฮอร์สลีย์ (Hunter Horsley) ซีอีโอ Bitwise ออกมาระบุว่าตลาดยังประเมินมูลค่า Hyperliquid ต่ำกว่าความเป็นจริง โดยอ้างอิงฐานผู้ใช้และรายได้ค่าธรรมเนียม ด้าน Multicoin Capital ซึ่งถือ HYPE ในสัดส่วนมาก เผยแพร่บทวิเคราะห์มูลค่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเมินว่ารายได้ของแพลตฟอร์มในปี 2568 อยู่ที่ราว 873 ล้านดอลลาร์จากปริมาณซื้อขาย 2.9 ล้านล้านดอลลาร์ และคาดว่าราคา HYPE อาจแตะ 319 ดอลลาร์ในกรณีฐานภายในปี 2571 แม้จะระบุความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ การแข่งขัน และธรรมาภิบาลไว้ด้วย นอกจากนี้ S&P Dow Jones Indices ยังอนุญาตให้ Hyperliquid ใช้ S&P 500 สำหรับสัญญาถาวรอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา

สำหรับบริบทอาเซียน การที่ MAS ขยายการใช้ IAL ไปครอบคลุมแพลตฟอร์ม DeFi แบบ permissionless ถือเป็นสัญญาณที่ควรจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะนัยยะนี้อาจหมายความว่าแพลตฟอร์มออนเชนที่ไม่มีนิติบุคคลชัดเจน ก็ไม่ได้อยู่นอกเหนือขอบเขตการกำกับดูแลอีกต่อไป ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางที่ ก.ล.ต. ไทยและหน่วยงานกำกับในภูมิภาคจะพิจารณาในการวางกรอบสำหรับ DeFi ในระยะต่อไป