xs
xsm
sm
md
lg

ซักเคอร์เบิร์ก เปิดสงครามทายผล งัด "Arena" สู้ หวังดึงผู้ใช้ 3,560 ล้านคน ตั้งป้อมแข่ง Polymarket

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ซีอีโอ Meta
มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ซีอีโอ Meta สั่งการให้ทีมงานพัฒนาแอปพลิเคชัน prediction market ในชื่อ "Arena" โดยใช้ระบบแต้มสะสมแทนเงินจริง เพื่อหลีกเลี่ยงข้อกังวลด้านกฎหมาย ขณะที่ฐานผู้ใช้งานรายวันของ Meta ที่ทะลุ 3,560 ล้านคนทั่วโลก ถือเป็นแต้มต่อมหาศาลในการท้าชิงตลาดจาก Kalshi และ Polymarket

รายงานของ New York Times ฉบับวันอังคารที่ 23 มิถุนายน 2569 อ้างแหล่งข่าวสองรายภายใน Meta เปิดเผยว่า ซักเคอร์เบิร์กสั่งพัฒนาแอป prediction market ที่ให้ผู้ใช้วางเดิมพันด้วยระบบแต้มสะสมแทนเงิน โดยจะทำงานแยกเป็นอิสระจากแพลตฟอร์มหลักของบริษัท ไม่ว่าจะเป็น Facebook หรือ Instagram

แหล่งข่าวระบุว่าโครงการนี้มีสถานะ "ทดลอง" แต่ถูกจัดให้เป็น "ความสำคัญสูงสุด" ของบริษัท หากเปิดตัวได้จริง Meta จะกลายเป็นคู่แข่งรายใหม่ที่น่าเกรงขามสำหรับ Kalshi และ Polymarket ด้วยฐานผู้ใช้งานรายวัน 3,560 ล้านคน ณ เดือนมีนาคม 2569 ซึ่งไม่มีแพลตฟอร์ม prediction market รายใดในตลาดปัจจุบันเทียบได้

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Meta บุกเข้าสู่ดินแดนใกล้เคียงกับโลกการเงินดิจิทัล ย้อนไปปี 2562 บริษัทเคยประกาศแผน Libra stablecoin ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น Diem และยกเลิกโครงการในปี 2565 ล่าสุดเมื่อเดือนเมษายน 2569 Meta เริ่มทดสอบจ่ายเงินด้วย USDC ให้ครีเอเตอร์บน Facebook ในโคลอมเบียและฟิลิปปินส์ ซึ่งสร้างความกังวลให้สมาชิกสภาคองเกรสสหรัฐฯ บางส่วนเกี่ยวกับแผน stablecoin ของบริษัทในประเทศ

ที่มา : Kalshi
ขณะที่บริบทกฎหมายในสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตา Commodity Futures Trading Commission (CFTC) ยังคงพัวพันกับการฟ้องร้องทางกฎหมายกับหน่วยงานระดับรัฐหลายแห่งในประเด็น prediction market ขณะที่สภาคองเกรสกำลังพิจารณากฎหมายเพื่อจัดการปัญหา insider trading บนแพลตฟอร์มเหล่านี้ ซึ่งมีคดีตัวอย่างที่ทหารรายหนึ่งถูกกล่าวหาว่าทำกำไรกว่า 400,000 ดอลลาร์จากสัญญาบน Polymarket เกี่ยวกับเหตุการณ์จับกุมทางการเมืองในเวเนซุเอลา

อย่างไรก็ตามการเลือกใช้ระบบแต้มสะสมแทนเงินจริงของ Meta จึงอาจเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ให้ห่างจากเส้นแบ่งทางกฎหมายที่ยังคลุมเครือ ขณะเดียวกันก็เปิดทางให้บริษัทสะสมฐานผู้ใช้และข้อมูลพฤติกรรมก่อนที่กฎระเบียบจะมีความชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากสัญญาณที่ภาคธุรกิจฟินเทคและคริปโตในภูมิภาคควรติดตามอย่างใกล้ชิด