"น้ำเพชร ฏีร์ญาภา" อดีตนางงามเดินหน้าร้อง DSI เปิดโปงขบวนการหลอกลงทุนฟอเร็กซ์ผ่านแพลตฟอร์มไร้ใบอนุญาต หลังตกเป็นเหยื่อสูญเงินกว่า 70 ล้านบาท กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สั่งจับตา 7 โบรกเกอร์ที่ใช้กลโกงควบคุมระบบหลังบ้าน ดึงเม็ดเงินนักลงทุนไทยไหลออกต่างประเทศทะลุ 5 พันล้านบาท สะท้อนความเปราะบางของการกำกับดูแลตลาดทุนที่หน่วยงานรัฐต้องเร่งอุดรอยรั่ว
นางสาวฏีร์ญาภา วิจิตรมณีวัชร์ หรือน้ำเพชร เปิดใจหลังงานแถลงข่าวของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรณีถูกโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ (Forex) นอกระบบ โดยระบุว่าขบวนการนี้ใช้วิธีแทรกแซงระบบหลังบ้านทันทีที่นักลงทุนเริ่มทำกำไร ซึ่งทางแพลตฟอร์มจะแอบเปลี่ยนรหัสผ่านและตัดการเชื่อมต่อระหว่างพอร์ตกับเซิร์ฟเวอร์ ทำให้นักลงทุนจะไม่สามารถแก้ไขคำสั่งซื้อขายได้จนเกิดภาวะพอร์ตแตก ส่งผลให้มูลค่าความเสียหายเฉลี่ยสูงถึง 2 หมื่นถึง 3 หมื่นดอลลาร์ต่อพอร์ต ซึ่งเธอเผชิญเหตุการณ์ลักษณะนี้มาแล้วกว่า 20 ครั้ง
นอกจากนี้แพลตฟอร์มเหล่านี้ยังใช้เทคนิคโกงกราฟเพื่อหลอกลวงผู้ใช้งาน โดยการทดสอบส่งคำสั่งซื้อขายพร้อมกันผ่านโทรศัพท์ 3 เครื่องในราคาเดียวกัน กลับแสดงผลลัพธ์บวกและลบแตกต่างกันอย่างผิดปกติ พฤติกรรมนี้ชี้ชัดว่าระบบถูกตั้งค่าเพื่อหลอกล่อให้เหยื่อตายใจในระยะแรก ก่อนจะยึดเงินทุนคืนทั้งหมด ส่งผลให้ผู้เสียหายสูญเงินรวมกว่า 70 ล้านบาทภายในเวลาไม่กี่เดือน จนเผชิญวิกฤตทางจิตใจอย่างรุนแรง ซึ่งเคยทำให้คิดสั้น แต่สุดท้ายสามารถดึงสติกลับมาเพื่อเตือนภัยสังคมได้
ขณะที่นายแทนคุณ จิตต์อิสระ พร้อมทีมสืบสวน DSI เปิดเผยรายชื่อแพลตฟอร์มต้องสงสัยที่ไม่ได้รับการรับรองจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยรายชื่อกลุ่มนี้ประกอบด้วย HFM, GOFX, Interstella, Vantage, QRS, Etherwealth และ Dpromp ได่มีการแนะนำประชาชนว่าหากนักลงทุนกำลังใช้งานแพลตฟอร์มเหล่านี้ ขอให้สันนิษฐานว่าเป็นกลุ่มมิจฉาชีพและเร่งติดต่อเจ้าหน้าที่ทันที
อย่างไรก็ดี วิกฤตนี้ไม่ใช่แค่ความเสียหายระดับบุคคล แต่กำลังลุกลามเป็นภัยความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โบรกเกอร์เถื่อนทำหน้าที่เสมือนท่อลำเลียงเงินทุนออกนอกประเทศไปยังศูนย์กลางการเงินอย่างสิงคโปร์และดูไบ เฉพาะกลุ่มผู้เสียหาย 3 รายแรกมียอดสูญเสียทะลุ 200 ล้านบาท ขณะที่การประเมินความเสียหายรวมทั้งระบบอาจสูงถึง 5 พันล้านบาท
ทั้งนี้สัญญาณอันตรายนี้ตอกย้ำว่านักลงทุนไทยยังขาดภูมิคุ้มกันในการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์ม ท่ามกลางกระแสความนิยมในสินทรัพย์ทางเลือกอย่างบิทคอยน์ (Bitcoin) และคริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ภาครัฐจึงต้องยกระดับการตรวจสอบเส้นทางการเงินข้ามประเทศอย่างเด็ดขาด ก่อนที่เม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจจะถูกสูบออกไปจนทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะยาว


