MicroStrategy เดินเกมรุกสะสมบิทคอยน์อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทุ่มเม็ดเงิน 100 ล้านดอลลาร์ กวาดเพิ่ม 1,587 เหรียญ แม้ราคาหน้ากระดานปัจจุบันจะยังต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยของบริษัท การขยับตัวครั้งนี้สะท้อนความเชื่อมั่นระยะยาวของซีอีโอที่ยังมองเห็นโอกาส ท่ามกลางกระแสถกเถียงหลังองค์กรเพิ่งเทขายเหรียญบางส่วนออกไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา
ไมเคิล เซย์เลอร์ (Michael Saylor) ประธานกรรมการบริหาร MicroStrategy ขยับตัวครั้งสำคัญอีกครั้งในตลาดคริปโต ข้อมูลจากเอกสารที่ยื่นต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ระบุชัดเจนว่าบริษัทกว้านซื้อบิทคอยน์เพิ่ม 1,587 เหรียญในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มูลค่ารวม 100 ล้านดอลลาร์ การเข้าซื้อรอบนี้ดันพอร์ตของบริษัทพองโตขึ้นเป็น 846,842 เหรียญ ตอกย้ำสถานะองค์กรผู้ถือครองบิทคอยน์ระดับสถาบันที่ใหญ่ที่สุดในโลก
เม็ดเงินหลักที่นำมาใช้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นี้มาจากตลาดทุนโดยตรง บริษัทระดมทุนได้ราว 209 ล้านดอลลาร์ผ่านการขายหุ้นสามัญ MSTR จำนวน 1.73 ล้านหุ้น กลยุทธ์การแปลงมูลค่าหุ้นเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลยังคงเป็นเครื่องมือหลักที่เซย์เลอร์ถนัด ต้นทุนเฉลี่ยของพอร์ตรวมปัจจุบันแตะระดับ 75,656 ดอลลาร์ต่อบิทคอยน์ ขณะที่ราคาตลาดแกว่งตัวในกรอบ 66,000 ดอลลาร์ ส่งผลให้พอร์ตโดยรวมเผชิญภาวะขาดทุนทางบัญชี
ทว่าสิ่งที่นักลงทุนทั่วโลกจับตาคือท่าทีขององค์กรหลังการขายบิทคอยน์ 32 เหรียญเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี เซย์เลอร์ชี้แจงประเด็นนี้ชัดเจนว่าเป็นการบริหารสภาพคล่องปกติเพื่อรองรับหลักทรัพย์ที่จ่ายเงินปันผล การกลับมาซื้อล็อตใหญ่ในเวลาไล่เลี่ยกันจึงเป็นเสมือนการส่งข้อความดับข่าวลือเรื่องการเปลี่ยนทิศทางนโยบายถือครองระยะยาว
ความเคลื่อนไหวของ MicroStrategy มักถูกประเมินเป็นดัชนีชี้วัดความเชื่อมั่นของสถาบันการเงินที่มีต่อสินทรัพย์ดิจิทัล สำหรับผู้เล่นในภูมิภาคอาเซียนและไทย การที่วาฬระดับโลกดักเก็บของช่วงตลาดพักฐาน บ่งชี้ว่าเทรนด์การใช้บิทคอยน์เป็นสินทรัพย์สำรองขององค์กรขนาดใหญ่ยังไม่จบลงง่ายๆ สัญญาณสำคัญที่ควรจับตาหลังจากนี้คือปริมาณการซื้อขายหุ้น MSTR ซึ่งเป็นตัวสะท้อนมุมมองทางอ้อมที่วอลล์สตรีทมีต่อเสถียรภาพของตลาดคริปโตในระยะต่อไป


