xs
xsm
sm
md
lg

โบรกมองกลุ่มแบงก์ Q2/69 แนวโน้มสินเชื่อโตต่ำแต่ปันผลยังน่าสนใจ คัด SCB-KBANK โดดเด่นธุรกิจ Wealth

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ฝ่ายวิเคราะห์ บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานผลสำรวจภาวะและแนวโน้มสินเชื่อในไตรมาส 2/69 ซึ่งผลสำรวจชี้ว่า ความต้องการสินเชื่อในไตรมาสสองจะเพิ่มขึ้นจากธุรกิจขนาดใหญ่ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อนำมาใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ส่วนความต้องการสินเชื่อเพื่อการลงทุนน่าจะทรงตัว ขณะที่สินเชื่อภาคครัวเรือนในไตรมาส 2/69 น่าจะขับเคลื่อนด้วยความต้องการสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล แต่สินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อรถยนต์มีแนวโน้มอ่อนตัวลง qoq

ด้านมาตรฐานการให้สินเชื่อสถาบันการเงินจะใช้เกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อที่เข้มงวดมากขึ้นสำหรับสินเชื่อ SME, สินเชื่อที่อยู่อาศัย และสินเชื่อรถยนต์ ส่วนสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่, สินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคลแบบไม่มีหลักประกันจะยังใช้เกณฑ์เดียวกับไตรมาส 1/69

ฝ่ายวิเคราะห์ฯเชื่อว่า คุณภาพสินทรัพย์ของกลุ่มธนาคารจะยังแข็งแกร่งในไตรมาส 2/69 จากการเดินหน้าปรับโครงสร้างหนี้เชิงรุกของธนาคาร ทั้งนี้พบว่าอัตราการเกิด NPL ใหม่ในไตรมาส 1/69 ลดลง qoq ส่งผลให้คุณภาพสินทรัพย์ทรงตัว อีกทั้งธนาคารทุกแห่งยังมีอัตราส่วนสินเชื่อ Stage 2 ลดลง qoq ในไตรมาสแรก จึงคาดว่ากลุ่มธนาคารจะมีอัตราส่วน NPL ทรงตัว qoq ในไตรมาส 2/69 ขณะเดียวกันมองว่ากลุ่มธนาคารน่าจะไม่ได้รับประโยชน์จากโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" (แจกเงินวันละ 200 บาท/คน) เนื่องจากมียอดใช้จ่ายต่ำ

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุว่า เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.69 ดัชนี SETBANK ปรับขึ้น 12.4% ขณะที่ดัชนี SET บวกเพิ่ม 25.6% จากสิ้นปี 68 โดยการที่ราคาหุ้นธนาคารปรับตัวสูงขึ้น น่าจะสะท้อนการบริหารเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพและอัตราการจ่ายเงินปันผลที่น่าสนใจของธนาคาร อย่างไรก็ตาม มองว่าการที่กลุ่มธนาคารมีการประเมินมูลค่าค่อนข้างแพงที่ P/BV ล่วงหน้า 12 เดือนที่ 0.78 เท่า ซึ่งจะเท่ากับ +2SD จากค่าเฉลี่ยย้อนหลังห้าปีที่ 0.66 เท่า อีกทั้งประมาณการกำไรในปี 69-71 ยังมี upside จำกัด

อย่างไรก็ดี อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 6.3-6.5% ต่อปีในปี 69-71 ยังน่าสนใจ จึงแนะนำให้คงน้ำหนักการลงทุน (Neutral) ในกลุ่มธนาคาร โดยเลือก SCB และ KBANK เป็นหุ้น Top pick เพราะธนาคารทั้งสองแห่งมีสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจ Wealth สูง (18-19% ของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยในปี 68) และคาดจะมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลน่าสนใจที่ 7.4-7.6% ในปี 69 ทั้งนี้เชื่อว่าธนาคารที่เป็นผู้นำในธุรกิจ Wealth จะมีความสามารถในการทำกำไรสูงกว่าในระยะยาว (5 ปี)

โดยกลุ่มธนาคารจะมี downside risks หาก NPL เพิ่มขึ้นและราคาน้ำมันปรับตัวขึ้น ส่วน upside risk จะมาจากการลดต้นทุนด้วยการลดจำนวนพนักงาน, รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจ Wealth ที่แข็งแกร่งและการส่งออกเติบโตแข็งแกร่งจากความตึงเครียดทางด้านภูมิรัฐศาสตร์