มาตรการกำกับดูแลการซื้อขายหุ้น ถูกยกระดับความเข้มข้นมาต่อเนื่องในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา เพื่อเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนกลับมา แผนการขั้นต่อไปของหน่วยงานที่กำกับดูแลตลาดทุนคือ การยกระดับการควบคุมบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะบริษัทจดทะเบียนใหม่ที่จะเข้ามาระดมทุนในตลาดหุ้นนับจากนี้
เพราะการที่ตลาดหุ้นเต็มไปด้วยบริษัทจดทะเบียนเน่า ๆ หุ้นอยู่ในสภาพตายซาก หลังจากถูกปั่นราคา หรือถูกผู้บริหารบริษัทผ่องถ่ายไซฟ่อนเงินออกไป ปล้นผู้ถือหุ้นรายย่อย
จำนวนนับล้านคนจนหมดเนื้อหมดตัว ส่วนหนึ่งเกิดจากนโยบายการอนุมัติการเสนอขายหุ้นของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และนโยบายการรับหุ้นใหม่เข้ามาซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มุ่งในเชิงปริมาณ มากกว่าการกลั่นกรองในเชิงคุณภาพ
ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ ตระหนักแล้วว่า การยกระดับมาตรการกำกับดูแลการซื้อขาย เพื่อให้เป็นไปโดยยุติธรรม เท่าเทียม ไม่มีการเอารัดเอาเปรียบนักลงทุนทั่วไป ยังไม่เพียงพอที่จะสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนได้ เพราะอีกปัญหาใหญ่คือ การบริหารงานที่ไม่โปร่งใส ไร้ธรรมาภิบาลของบริษัทจดทะเบียน และพฤติกรรมการฉ้อฉลในรูปแบบต่าง ๆ ของผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน ซึ่งสร้างความเสียหายให้ประชาชนมาตลอด 50 ปี นับจากการก่อตั้งตลาดหลักทรัพย์
ภาพลักษณ์การเป็นแหล่งทุจริตที่ใหญ่โตมโหฬารโดยชอบด้วยกฎหมายในตลาดหลักทรัพย์ เกิดจากบรรดาผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนหน้าขี้โกง ซึ่งไม่มีสำนึกในความเสียหายของประชาชนผู้ลงทุน
การประกาศหลักเกณฑ์ใหม่ เพื่อยกระดับการกำกับดูแลผู้ตรวจสอบภายในสำหรับบริษัทจดทะเบียนที่จะขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ (IPO) ของ ก.ล.ต. โดยกำหนดให้ทุกบริษัทต้องมีหัวหน้าผู้ตรวจสอบภายใน และคุณสมบัติของหัวหน้าผู้ตรวจสอบภายในต้องมีใบรับรอง เช่น วุฒิบัตร CIA, IAP และ CPIAT และต้องมีประสบการณ์การทำงานไม่ต่ำกว่า 5 ปี เป็นจุดเริ่มต้นในกฎเกณฑ์ที่เข้มข้นในการกลั่นกรองบริษัทที่จะระดมทุนในตลาดหุ้น
ปัญหาการทำธุรกรรมอันต้องสงสัยเข้าข่ายการไซฟ่อน ผ่องถ่ายเงินในรูปแบบการซื้อขายทรัพย์สิน หรือการลงทุนในโครงการต่าง ๆ ซึ่งเกิดขึ้นในหลายสิบบริษัทจดทะเบียน และนำความล่มสลายมาสู่กิจการ ทั้ง ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็รู้ เช่นเดียวกับนักลงทุน
รู้ว่าผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนกำลังเปิดปฏิบัติการปล้น โดยทำธุรกรรมแหกตา อ้างว่าจะส่งผลดีต่อบริษัทในอนาคต แต่ ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่สามารถแก้ไข หยุดยั้งธุรกรรม หรือดำเนินคดีกับผู้บริหารบริษัทหน้าขี้โกงได้ นอกจากสั่งให้ชี้แจงข้อมูลของธุรกรรมเพิ่มเติมเท่านั้น
ผู้ถือหุ้นใหญ่หรือเจ้าของหุ้นใหม่ ไม่ได้ใสซื่อ มีเจตนารมณ์ที่บริสุทธิ์ โดยเข้ามาระดมทุนในตลาดหุ้นเพื่อนำเงินไปขยายการลงทุนตามวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งตลาดหุ้น แต่เข้ามาเพื่อตักตวงความมั่งคั่ง โดยไม่มีสำนึกแม้แต่น้อย
พฤติกรรมของผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนใหม่บางราย “บัดซบ” จนแม้แต่บริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งทำหน้าที่แต่งตัวบริษัทใหม่เข้าตลาดหุ้นยังไม่อาจยอมรับได้ และส่งสัญญาณถึง ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ ขออย่าอนุมัติการเสนอขายหุ้น IPO และอย่าอนุมัติรับเข้าตลาดหุ้น เพราะเห็นว่านักลงทุนจะเสียหาย
แต่สุดท้ายบริษัทจดทะเบียนใหม่ที่ผู้บริหารตั้งใจมาปล้นนักลงทุนก็เข้าตลาดหุ้นสำเร็จ และสร้างความเสียหายให้นักลงทุนจนได้ เพียงแต่ไม่อาจเปิดเผยว่าเป็นหุ้นตัวใด
ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ เคยคิดกันว่า ควรใช้ดุลพินิจในการพิจารณาอนุมัติการเสนอขายและรับหุ้นใหม่หรือไม่ แต่ความคิดก็ถูกพับไป
เพราะการใช้ดุลพินิจนำไปสู่ความไม่ยุติธรรมที่ประชาชนได้รับจากหน่วยงานภาครัฐแทบทั้งองคาพยพ อย่างไรก็ตาม การที่ ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ เข้าใจถึงปัญหาบริษัทจดทะเบียนใหม่ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสิ้นสุดยุคแห่งการมองโลกสวย โดยเปิดโอกาสให้บริษัทเอกชนเข้ามาระดมทุนในตลาดหุ้นง่าย ๆ โดยไม่ตระหนักถึงผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนเลว ๆ ที่มุ่งเข้ามาปล้นนักลงทุน จนตลาดหุ้นแทบพังพินาศ
ไม่น่ามีใครจะโต้แย้ง ถ้า ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ จะทำหน้าที่เป็น “ด่าน” กลั่นกรองหุ้นใหม่ ไม่ให้หุ้นเน่า ๆ และบรรดาผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนหน้าขี้โกงหลุดเข้ามาอีก
เพราะวันนี้ มีหุ้นเน่าและผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนหน้าขี้โกงมากเกินพอแล้ว


