xs
xsm
sm
md
lg

รัฐบาลใหม่ฮังการีเล็งปลดล็อกคริปโต!! จ่อรื้อกฎหมายสุดโหด ยกเลิกโทษคุกนักเทรด หวังฟื้นสัมพันธ์อียู

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ปีเตอร์ มักยาร์ นายกรัฐมนตรีประเทศฮังการีคนปัจจุบัน
ความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของวงการสินทรัพย์ดิจิทัลยุโรป เมื่อรัฐบาลชุดใหม่ของฮังการีประกาศกลับลำนโยบาย เตรียมรื้อถอนกฎระเบียบการซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีที่เข้มงวดเกินความจำเป็น ซึ่งเคยก่อกำแพงลงโทษจำคุกนักลงทุนและผู้ให้บริการ การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังกฎหมายฉบับปี พ.ศ. 2568 สร้างความตื่นตระหนกจนทำลายสภาพคล่อง บีบให้แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่าง เรโวลูท ต้องระงับบริการ และลากประเทศไปอยู่ใต้สปอตไลต์การตรวจสอบของสหภาพยุโรป การพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์การเมืองหลังสิ้นสุดยุคของ วิกเตอร์ ออร์บาน จึงเปรียบเสมือนการปลดแอกตลาดทุนดิจิทัล พร้อม ๆ กับการฟื้นสัมพันธ์เพื่อสมานรอยร้าวกับอียูอย่างมีนัยสำคัญ

รัฐบาลฮังการีเตรียมปลดล็อกความผิดทางอาญาสำหรับการซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี โดย อานิตา เคอบอล โฆษกรัฐบาลพรรคทิซา เปิดเผยว่า ทางการจะยกเลิกข้อจำกัดที่เคยกวาดล้างและกำหนดบทลงโทษถึงขั้นจำคุก สำหรับการทำธุรกรรมแปลงสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นเงินเฟียต และการแลกเปลี่ยนระหว่างคริปโทเคอร์เรนซีด้วยกันเอง

ในการแถลงข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา อานิตา เคอบอล ระบุชัดเจนว่า ฮังการีจะรื้อถอนกฎระเบียบที่นำมาบังคับใช้เมื่อปี พ.ศ. 2568 ซึ่งบีบบังคับให้ทุกการแปลงสินทรัพย์ต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบที่ได้รับอนุมัติ ซ้ำร้ายยังพ่วงโทษทางอาญาหากฝ่าฝืน มาตรการที่แข็งกร้าวนี้คือต้นตอสำคัญที่ทำให้ปริมาณการซื้อขายในประเทศหดตัวลงอย่างรุนแรง

โฆษกรัฐบาลเน้นย้ำว่า กฎหมายฉบับดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น ทำลายกลไกการปฏิบัติงานจริงจนไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ สร้างความหวาดผวาให้แก่ผู้เล่นในตลาด และผลกระทบทางอาญายังได้สร้างบาดแผลลึกให้แก่ประชาชนหลายแสนคน

ความเข้มงวดขั้นสุดของกฎระเบียบนี้ ไม่เพียงขับไล่นักลงทุนรายย่อย แต่ยังบีบให้แพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลหลายแห่ง รวมถึง เรโวลูท ต้องตัดสินใจระงับการให้บริการในฮังการี

นอกจากนี้ความเข้มข้นด้านกฎหมายยังลุกลามกลายเป็นชนวนเหตุให้สหภาพยุโรป ต้องเข้ามาเปิดการสอบสวนว่า ข้อจำกัดของฮังการีขัดต่อหลักการและระเบียบข้อบังคับของกลุ่มประเทศสมาชิกหรือไม่

การกลับลำในครั้งนี้ถือเป็นการพลิกโฉมนโยบายครั้งมโหฬาร หลังจากที่กรอบกฎหมายคริปโทเคอร์เรนซีฉบับปี พ.ศ. 2568 ได้สร้างระบบการอนุมัติที่รัดกุมจนแทบขยับตัวไม่ได้ เปิดช่องให้ทั้งผู้ใช้งานและผู้ให้บริการต้องเผชิญกับความเสี่ยงในการรับโทษทางอาญา ข้อจำกัดเหล่านี้มีรากฐานมาจากแพ็กเกจกฎหมายที่ผ่านความเห็นชอบเพื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาและพระราชบัญญัติคริปโทเคอร์เรนซีของปี พ.ศ. 2567

ภายใต้บทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมที่มีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 การซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีจะทำได้ก็ต่อเมื่อมีใบรับรองการปฏิบัติตามกฎหมาย ที่ออกโดยผู้ให้บริการตรวจสอบความถูกต้องในการแปลงสินทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น หากธุรกรรมใดไร้ซึ่งใบรับรอง จะถูกตีตราว่าเป็นธุรกรรมที่ไม่ได้รับอนุญาต ส่งผลให้การโอนสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องตกเป็นโมฆะและไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายใดๆ

โครงสร้างดังกล่าวยังได้ให้กำเนิดนิติบุคคลประเภทใหม่ นั่นคือ ผู้ให้บริการตรวจสอบความถูกต้องในการแปลงสินทรัพย์คริปโทเคอร์เรนซี ซึ่งต้องฝ่าด่านการขออนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลของฮังการีเสียก่อน โดยต้องแบกรับภาระหนักทั้งการตรวจสอบแหล่งที่มาของสินทรัพย์ดิจิทัล การระบุตัวตนเจ้าของกระเป๋าเงิน การประเมินโปรไฟล์ผู้ใช้งาน และตรวจสอบธุรกรรมเทียบกับฐานข้อมูลภายนอก

ขณะที่ไฮไลต์แห่งความเข้มงวดอยู่ที่บทลงโทษทางอาญา บุคคลหรือนิติบุคคลใดที่แลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีมูลค่าระหว่าง 5 ล้าน ถึง 50 ล้านฟอรินต์ฮังการี ผ่านบริการที่ไม่ได้รับอนุญาต อาจต้องโทษจำคุกสูงสุดถึง 2 ปี อัตราโทษจะทวีความรุนแรงขึ้นเป็นจำคุก 5 ปี สำหรับธุรกรรมมูลค่า 50 ล้าน ถึง 500 ล้านฟอรินต์ และพุ่งทะยานสูงสุดถึง 8 ปี หากมูลค่าการทำธุรกรรมทะลุหลัก 500 ล้านฟอรินต์ขึ้นไป

จุดเปลี่ยนสำคัญที่นำมาสู่การรื้อกฎหมายครั้งนี้ เกิดขึ้นภายหลังการเลือกตั้งรัฐสภาฮังการีเมื่อวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569 ซึ่งถือเป็นการปิดฉากอำนาจ 16 ปีเต็มของอดีตนายกรัฐมนตรีสายชาตินิยม วิกเตอร์ ออร์บาน และเป็นการผงาดขึ้นมาของพรรคทิซาที่นำโดย ปีเตอร์ มักยาร์ ซึ่งมีจุดยืนสนับสนุนยุโรป รัฐบาลชุดใหม่นี้กำลังเดินหน้าเต็มกำลังเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด ขจัดความบาดหมางที่ฝังรากลึกระหว่างฮังการีและสหภาพยุโรปมาอย่างยาวนาน