ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าที่ 1,573.39 จุด ลดลง 10.75 จุด (-0.68%) มูลค่าซื้อขายราว 32,172 ล้านบาท
การซื้อขายภาคเช้าย่อตัวลง โดยทำจุดสูงสุด 1,591.59 จุด และจุดต่ำสุด 1,568.25 จุด
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.พาย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ย่อตัวลงตามตลาดด่างประเทศ ตอบรับความกังวลทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่มีโอกาสปรับขึ้น เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาถูกกดดันจากราคาน้ำมันสูงส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นดันเงินเฟ้อสูง ประกอบกับ ตัวเลขภาคแรงงานดีกว่าคาดเป็นปัจจัยหนุนเงินเฟ้อให้เพิ่มขึ้นไปอีก ส่งผลให้ตลาดกลับมากังวลแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย หลังจากที่ผ่านมาตลาดหุ้นโลกปรับตัวขึ้นมาจากแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง ซึ่งหากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. จะเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบ 3 ปีของเฟด
ตลาดหุ้นบ้านเราเช้านี้เผชิญแรงเทขายกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะ DELTA ตามทิศทางหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐฯ ที่ยังถูกขายออกมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับ เงินบาทที่อ่อนค่าอาจทำให้ยังเห็นแรงขายนักลงทุนต่างชาติซึ่งขายมา 2 วันต่อเนื่อง
แนวโน้มช่วงบ่ายคาดตลาดยังเคลื่อนไหวในแดนลบต่อไป ระหว่างที่นักลงทุนรอติดตามการเปิดเผยตัวเลข CPI เดือนพ.ค.สหรัฐฯ คาดอยู่ที่ 4.2% ขณะที่สัปดาห์หน้าติดตามการประชุมเฟด โดยให้กรอบแนวรับ 1,568 จุด และแนวต้าน 1,590 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
DELTA มูลค่าการซื้อขาย 5,405.17 ล้านบาท ปิดที่ 356.00 บาท ลดลง 8.00 บาท
GULF มูลค่าการซื้อขาย 1,809.42 ล้านบาท ปิดที่ 63.50 บาท ลดลง 0.25 บาท
SCB มูลค่าการซื้อขาย 1,692.82 ล้านบาท ปิดที่ 138.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท
KTB มูลค่าการซื้อขาย 1,269.06 ล้านบาท ปิดที่ 34.50 บาท ลดลง 0.50 บาท
ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 1,261.97 ล้านบาท ปิดที่ 357.00 บาท ลดลง 2.00 บาท


