xs
xsm
sm
md
lg

DELTA...เมื่อไหร่ถึงจุดจบ / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



การถล่มทลายของตลาดหุ้นแนสแด็กของสหรัฐเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำให้เกิดความคาดหมายว่าหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะหุ้นบริษัท เดลต้า อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA จะร่วงพรอย และฉุดให้ดัชนีหุ้นทรุดตัวลงรุนแรง เช่นเดียวกับตลาดหุ้นทั่วโลกที่แดงฉานเมื่อวันจันทร์ที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา

แต่ปรากฏว่าหุ้น DELTA กลับไม่สะทกสะท้านจากการที่หุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกถูกถล่มขายสักเท่าไหร่ โดยปรับตัวลงเพียง 5 บาท ปิดที่ 338 บาท และไม่ใช่ตัวการที่ทำให้ดัชนีปรับตัวลงถึง 20.92 จุด

หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนได้รับผลกระทบจากการปรับตัวลงรุนแรงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลก แต่ DELTA กลับแข็งโป๊ก สวนทางกับหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มอื่นที่รูดกันยกแผง และกดดัชนีถอยลงต่อ

ความแข็งแกร่งของราคาหุ้น DELTA เป็นสิ่งที่นอกเหนือคำบรรยาย เพราะแม้ค่า P/E เรโชจะแตะระดับ 150 เท่า อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลก็แสนต่ำ แต่ราคาไม่ยอมปรับตัวลงง่าย ๆ จนกลายเป็นหุ้นที่ “ดื้อยา”

เพราะแม้ตลาดหลักทรัพย์จะประกาศใช้มาตรการกำกับการซื้อขายหลายครั้ง แต่ก็ดับร้อนไม่ได้ เพราะเป็นหุ้นหัวแข็ง และทนทานต่อผลกระทบใด ๆ ขณะที่นักลงทุนต่างประเทศก็ยังใช้ DELTA เป็นสนามรบ ซื้อ ๆ ขาย ๆ กันทุกวัน จนมูลค่าซื้อขายติดอันดับหุ้นที่มีการซื้อขายสูงสุดอันดับ 1 ตลอด

มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมหรือมาร์เก็ตแคปที่พุ่งขึ้นทะลุ 4.27 ล้านล้านบาท ทำให้ DELTA เป็นหุ้นที่ทรงอิทธิพลที่สุดในตลาดหุ้นไทย และมีส่วนทำให้ภาพรวมของตลาดหุ้นปีนี้คึกคักเกินจริง โดยดัชนีพุ่งขึ้นแตะระดับ 1,600 จุด ทั้งที่ดัชนีอาจจะเคลื่อนไหวระดับ 1,400 จุด หากตัดหุ้น DELTA ออกจากการคำนวณ

สิ้นปี 2568 หุ้น DELTA ปิดที่ราคา 173 บาทเท่านั้น แต่ย่างเข้าสู่ปี 2569 ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับจุดปิดวันจันทร์ ขึ้นมารวมแล้ว 165 บาท ซึ่งทุก 1 บาทที่ปรับตัวขึ้น เท่ากับดัชนีประมาณ 1 จุด จึงถือว่า DELTA เพียงตัวเดียวดึงดัชนีปีนี้ขึ้นมาประมาณ 165 จุด

ถ้าตัด DELTA ออกจากการคำนวณ ดัชนีปัจจุบันจะยืนแถว ๆ 1,390 จุดเท่านั้น ซึ่งถือเป็นระดับที่เหมาะสมสอดคล้องกับพื้นฐานทางเศรษฐกิจ

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยคิดอยู่เหมือนกันว่า จะทำอย่างไรกับหุ้น DELTA เพราะเป็นตัวที่บิดเบือนภาพตลาดหุ้นที่แท้จริง แต่ยังหาทางแก้ปัญหาไม่เจอ และจำใจต้องปล่อยให้ DELTA เป็นหุ้นชี้นำตลาดต่อไป

อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกที่มีแนวโน้มสูงขึ้น และผลักดันให้ดอกเบี้ยปรับสู่แนวโน้มขาขึ้น จะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของผลประกอบการหุ้นเทคโนโลยี และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการกระหน่ำขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในตลาดหุ้นแนสแด็กของสหรัฐ

แต่หุ้น DELTA กลับไม่สั่นไหวต่อแรงกระแทกการปรับฐานของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลก และยังยืนตระหง่านสวนมรสุม แม้จะมีแรงขายไหลเข้ามาตลอดเวลา แต่ก็มีแรงซื้อตั้งรับอยู่ตลอดเหมือนกัน

นักเก็งกำไรในประเทศส่วนใหญ่ถอดใจ ไม่กล้าเสี่ยงกับ DELTA แล้ว เพราะไม่รู้ว่า “ลิเกเลิกเมื่อไหร่” ไม่รู้วันไหนจะถูกถล่มขายจนดิ่งลงเหว มีแต่นักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศเท่านั้นที่เล่นกันอยู่ และช่วยพยุงราคาไว้

อย่างไรก็ตาม ราคาที่สูงเกินจริง แพงเกินเหตุ สักวันหนึ่งหุ้นต้องลงกลับมาสู่ปัจจัยพื้นฐานที่ควรจะเป็น เพียงแต่จุดจบของ DELTA จะมาเมื่อไหร่เท่านั้น