xs
xsm
sm
md
lg

Krungthai GLOBAL MARKETS เผยค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.55-ติดตามเจรจาหยุดยิงระหว่าง สหรัฐฯ-อิหร่าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้(29พ.ค.69)ที่ระดับ 32.55 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้น”จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 32.69 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.45-32.70 บาท/ดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) พลิกกลับมาทยอยแข็งค่าขึ้น เข้าใกล้โซนแนวรับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 32.52-32.73 บาทต่อดอลลาร์) สอดคล้องกับการทยอยอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ ท่ามกลางกระแสข่าวว่า สหรัฐฯ กับอิหร่าน ได้บรรลุข้อตกลง MOU ในการขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน เพื่อเดินหน้าการเจรจาหยุดยิงให้มีความเป็นรูปธรรมมากขึ้น

ขณะที่ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ล่าสุด ได้ออกมาผสมผสาน โดยทั้ง อัตราการเติบโตเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปี 2026 (+1.6%q/q, annualized) และยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) ต่างออกมาแย่กว่าคาด ส่วนอัตราเงินเฟ้อ PCE ในเดือนเมษายน ปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับ 3.8% ตามคาด แต่โมเมนตัมอัตราเงินเฟ้อ PCE (%m/m) กลับชะลอลงสู่ระดับ 0.4% น้อยกว่าที่ตลาดคาด เช่นเดียวกันกับ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน Core PCE ที่ไม่รวมผลของราคาอาหารและพลังงาน แม้จะปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 3.3% ตามคาด แต่โมเมนตัม (%m/m) ได้ชะลอลงเล็กน้อยสู่ระดับ 0.2% น้อยกว่าที่ตลาดคาด ทำให้ผู้เล่นในตลาดไม่ได้กังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อของสหรัฐฯมากนัก

สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่าง ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน (Durable Goods Orders) พร้อมทั้งรอติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED และตลาดจะรอติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ตามกระแสข่าวที่ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลง MOU ขยายเวลาหยุดยิงไปอีก 60 วัน เพื่อเดินหน้าการเจรจาต่อเนื่อง พร้อมทั้งรอลุ้น รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน

สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการเจรจาหยุดยิงระหว่าง สหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้เป็นอย่างดีในสภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง

เรามองว่า เงินบาทอาจแกว่งตัวในกรอบ Sideways แถวโซนแนวรับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ หลังจากที่ผู้เล่นในตลาดได้รับรู้พัฒนาการล่าสุดของสถานการณ์ในตะวันออกกลางไปพอสมควรแล้ว แต่เรามองว่า ผู้เล่นในตลาดยังคงสงวนท่าทีระมัดระวังต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางอยู่ แม้จะยังมีความหวังต่อการเจรจาหยุดยิงระหว่างทั้งสองฝ่าย (Cautiously Optimistic) ทำให้การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทจะเป็นไปอย่างจำกัด สะท้อนจากมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่ยังคงกังวลต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ในปีนี้ และยังคงให้โอกาสราว 59% โดยเรามองว่า เงินบาทจะสามารถแข็งค่าขึ้นทดสอบโซนแนวรับ 32.20-32.30 บาทต่อดอลลาร์ ได้ (และอาจแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องจากโซนดังกล่าว) เมื่อทั้งสหรัฐฯ กับอิหร่าน บรรลุข้อตกลงหยุดยิงและนำไปสู่การทยอยเปิดการเดินเรือผ่านช่องแคบ Hormuz อีกครั้ง

ทั้งนี้ เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนอยู่ ทำให้ เรามองว่า หากสถานการณ์กลับมาร้อนแรงขึ้น เพิ่มความเสี่ยงต่อการเจรจาหยุดยิง เงินบาทจะเสี่ยงอ่อนค่าลงบ้าง กลับไปทดสอบโซนแนวต้าน 32.75-32.85 บาทต่อดอลลาร์ ได้ไม่ยาก