หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี แม้จะติดอยู่ในกระแสความนิยมของนักลงทุนทั่วโลก แนวโน้มการเติบโตมีความโดดเด่น ราคาพุ่งทะยานสร้างจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง แต่สำหรับหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดหุ้นไทย เกิดปรากฏการณ์นักลงทุนรายย่อยทยอยเทขายหุ้นออก เนื่องจากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง จนค่า P/E เรโชสูงลิบลิ่วทะลุเกิน 100 เท่า
หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนบริษัทหลัก ๆ ประกอบด้วย หุ้นบริษัท เดลต้า อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA หุ้นพี่เบิ้มที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในตลาดหุ้นไทย มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดหรือมาร์เก็ตแคปพุ่งทะลุเกิน 4 ล้านล้านบาท
หุ้นบริษัท ฮานาไมโครอิเล็กทรอนิกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ HANA และหุ้นบริษัท เคซีอี อิเล็กทรอนิกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE
DELTA เป็นหุ้นชิ้นส่วนขนาดใหญ่ และอยู่ในความนิยมของนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศ ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา โดยมูลค่าการซื้อขายคึกคัก ราคาปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง เพราะการคาดหมายว่าแนวโน้มผลประกอบการยังสดใส
ดัชนีหุ้นที่กำลังจะผ่านขึ้นทะลุ 1,550 จุด เกิดจากแรงผลักดันของหุ้น DELTA เป็นสำคัญ เพราะราคาที่ปรับตัวขึ้น 1 บาท จะผลักดันให้ดัชนีฯ ปรับขึ้นประมาณ 1 จุด
กองทุนทั้งในและต่างประเทศต้องมีหุ้น DELTA ไว้ในพอร์ต เพื่อถ่วงน้ำหนักผลตอบแทนการลงทุนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนเฉลี่ยของตลาดหุ้นไทย
ส่วนหุ้น HANA กลับมาร้อนแรงเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากมีบทวิเคราะห์จากเจ.พี.มอร์แกน โบรกเกอร์ชั้นนำระดับโลก และบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด ออกบทวิเคราะห์แนะนำให้ซื้อหุ้น HANA โดยประเมินราคาเป้าหมายไว้สูง
สำหรับหุ้น KCE ไม่มีความโดดเด่นนัก เพราะโครงสร้างการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ไม่ได้ปรับตัวตามกระแสความต้องการของเทคโนโลยี และแนวโน้มผลประกอบการไม่สดใสเหมือน DELTA และ HANA แม้จะมีค่า P/E เรโชเพียง 43 เท่าก็ตาม
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับหุ้น DELTA และ HANA คือจำนวนผู้ถือหุ้นรายย่อยลดลงอย่างต่อเนื่อง ปีละหลายพันคน ซึ่งเกิดจากราคาหุ้นที่พุ่งอย่างร้อนแรง จนค่า P/E เรโชทะลุเกิน 100 เท่า จนผู้ถือหุ้นรายย่อยทนความเย้ายวนของราคาไม่ไหว ทยอยเทขายหุ้นทิ้งเพื่อทำกำไร
หุ้น DELTA ปิดการซื้อขายเมื่อวันศุกร์ที่ราคา 332 บาท ค่า P/E เรโช 145 เท่า จำนวนผู้ถือหุ้นรายย่อยหลังปิดสมุดทะเบียนเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์มีทั้งสิ้น 10,607 ราย ลดลง 6,843 ราย เมื่อเทียบกับช่วงปิดสมุดทะเบียนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งมีผู้ถือหุ้นรายย่อยจำนวน 17,450 ราย
ส่วนหุ้น HANA ปิดการซื้อขายเมื่อวันศุกร์ที่ราคา 35.25 บาท ค่า P/E เรโช 105 เท่า จำนวนผู้ถือหุ้นรายย่อยมีทั้งสิ้น 28,213 ราย หลังปิดสมุดทะเบียนเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ลดลง 2,538 ราย เมื่อเทียบกับช่วงปิดสมุดทะเบียนวันที่ 14 มกราคม 2568 ซึ่งมีจำนวนผู้ถือหุ้นรายย่อย 30,796 ราย
นักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนสถาบันอาจหมุนเวียนเข้าไปเก็บหุ้น DELTA และ HANA โดยไม่หวั่นไหวราคาที่ขึ้นไปสูงลิ่วจนปัจจัยพื้นฐานอ่อนแอลง เพราะมั่นใจในแนวโน้มผลประกอบการ
แต่สำหรับนักลงทุนรายย่อย ราคาที่วิ่งมาไกลสุดกู่ จนค่า P/E เรโชทะลุ 100 เท่า ทำให้เริ่มหวั่นไหวในความสูง ทำใจถือต่อไม่ไหว และทยอยกันขายหุ้นทิ้ง
ถ้าราคาหุ้น DELTA และ HANA ยังเดินหน้าต่อ นักลงทุนรายย่อยคงทยอยเผ่นจากหุ้นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ยอดนิยมทั้งสองตัวนี้เพิ่มขึ้น ซึ่งต้องติดตามลุ้นกันว่า
ปิดสมุดทะเบียนปี 2570 นักลงทุนรายย่อยจะเผ่นออกจากหุ้น DELTA และ HANA อีกเท่าไหร่


