xs
xsm
sm
md
lg

Krungthai GLOBAL MARKETS เผยค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.28-ผันผวนสูงตามพัฒนาการสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้(12พ.ค.69)ที่ระดับ 32.28 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้น”จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 32.43 บาทต่อดอลลาร์ และมองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.20-32.50 บาท/ดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาทพลิกกลับมาทยอยแข็งค่าขึ้นสู่โซนแนวรับ 32.20-32.30 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 32.23-32.45 บาทต่อดอลลาร์) หนุนโดยจังหวะอ่อนค่าลงบ้างของเงินดอลลาร์ และการปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องของราคาทองคำ (XAUUSD) ที่ปรับตัวขึ้นเหนือโซน 4,750 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อีกครั้ง

สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น ไฮไลท์สำคัญอย่าง อัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ในเดือนเมษายน รวมถึง ยอดการจ้างงานภาคเอกชนรายสัปดาห์ โดย ADP และดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจขนาดเล็ก (NFIB Small Business Optimism) พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED

และนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง โดยเฉพาะแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงรอบที่ 2 ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน พร้อมทั้งรอลุ้น รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน

สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) การเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ผันผวนสูงในช่วงนี้ ได้ย้ำมุมมองเดิมของเราว่า เงินบาทยังคงเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้เงินบาทอาจผันผวนในกรอบ Sideways ที่กว้างได้ ทำให้ ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้เป็นอย่างดีในสภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง

เรามองว่า แม้เงินบาทจะแข็งค่าขึ้นตั้งแต่ช่วงบ่ายวันก่อนหน้า ตามจังหวะการย่อตัวลงบ้างของเงินดอลลาร์ ที่มาพร้อมกับการปรับตัวสูงขึ้นของราคาทองคำ แต่เรามองว่า การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทอาจเริ่มจำกัดลง และเงินบาทเสี่ยงเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่ามากขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่มีความเป็นไปได้ว่า อาจจะต้องรอให้ถึง การประชุม Trump-Xi summit ในช่วงวันที่ 14-15 พฤษภาคม นี้

ขณะเดียวกัน เรากังวลว่า ตลาดอาจยิ่งกังวลต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED ที่ผู้เล่นในตลาดอาจคาดหวังการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของ FED เพิ่มเติมได้ หากรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ โดยเฉพาะ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน Core CPI พุ่งสูงขึ้นกว่าคาด ทั้งในส่วนของ %y/y และโมเมนตัมรายเดือน (%m/m) ท่ามกลางรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วงนี้ที่ส่วนใหญ่ออกมาดีกว่าคาด อาทิ ข้อมูลตลาดแรงงาน ทำให้ โซนแนวรับของเงินบาทอาจอยู่ในช่วง 32.20 บาทต่อดอลลาร์ โดยจะมีโซนแนวรับถัดไปในช่วง 32.00 บาทต่อดอลลาร์ ในกรณีที่ เงินบาทอาจมีจังหวะแข็งค่าขึ้นบ้างระหว่างวัน