ตลาดหุ้นไทย ปิดวันนี้ที่ 1,489.29 จุด ลดลง 11.07 จุด (-0.74%) มูลค่าซื้อขาย 61,489.40 ล้านบาท
การซื้อขายวันนี้ดัชนีแกว่งตัวขึ้นในช่วงเช้า ก่อนค่อยๆ ลดระดับมาปรับตัวลงหลุด 1,500 จุด โดยทำจุดต่ำสุด 1,483.95 จุด และจุดสูงสุด 1,509.86 จุด
ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 166 หลักทรัพย์ ลดลง 322 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 171 หลักทรัพย์
นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลง จากปัจจัยกดดันความตึงเครียดในตะวันออกลางที่ยังคงยืดเยื้อต่อ หลังจากที่ประธานานธิบดีสหรัฐปฏิเสธข้อเสนอยุติสงครามกับอิหร่าน และทำให้ราคาน้ำมันมีการดีดตัวขึ้น ส่งผลให้เป็นปัจจัยที่กลับมากดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยง ทำให้มีแรงขายหุ้นขนาดใหญ่ออกมา แต่ก็หนุนหุ้นที่อิงกับราคาน้ำมันที่วันนี้ปรับตัวขึ้น
ขณะเดียวกันในสัปดาห์นี้จะมี MSCI ที่ประกาศหุ้นเข้าออกในช่วงกลางสัปดาห์ คาดว่าอาจจะมีแรงขายปรับพอร์ตออกมาก่อนบ้าง และเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/69 ทำให้เริ่มมีการทยอยขายหุ้นออกมา หลังจากเก็งกำไรผลการดำเนินงานไปแล้ว
แนวโน้มพรุ่งนี้คาดว่าแกว่งไซด์เวย์ โดยที่ทิศทางของตลาดหุ้นยังอาจจะมีความผันผวน โดยที่ยังคงติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางต่อเนื่อง รวมทั้งการประชุมระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯและผู้นำจีน ซึ่งจะมีประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า และการส่งออกชิปและแร่หายากฯ ที่ยังต้องติดตาม โดยให้แนวต้าน 1,500 จุด แนวรับ 1,480 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 4,310.04 ล้านบาท ปิดที่ 197.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท
GULF มูลค่าการซื้อขาย 4,164.98 ล้านบาท ปิดที่ 58.75 บาท ลดลง 1.25 บาท
DELTA มูลค่าการซื้อขาย 3,800.17 ล้านบาท ปิดที่ 305.00 บาท ลดลง 6.00 บาท
KTB มูลค่าการซื้อขาย 3,768.93 ล้านบาท ปิดที่ 32.50 บาท ลดลง 0.25 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 3,746.05 ล้านบาท ปิดที่ 36.50 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง


