xs
xsm
sm
md
lg

"พฤกษา" ผนึกกำลัง รพ.วิมุต เปิดตัว Lifetime Well-Living สู่การเป็น Integrated Living & Healthcare Platform รายแรกของไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



พฤกษา โฮลดิ้ง ประกาศทิศทางใหม่ขององค์กร เดินหน้าทรานส์ฟอร์มธุรกิจครั้งสำคัญ ยกระดับจากผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ สู่การเป็น Integrated Living & Healthcare Platform เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ของการอยู่อาศัยในประเทศไทย

นางสาวปัทมา ปิยะมณีพร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การประกาศครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการเปิดตัวแคมเปญใหม่ แต่คือการสะท้อนการเปลี่ยนผ่านเชิงกลยุทธ์ขององค์กร เพื่อตอบรับการเปลี่ยนแปลงของโลกและพฤติกรรมผู้บริโภคที่กำลังเกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในยุคที่ผู้คนให้ความสำคัญกับ ‘การมีสุขภาพดีในระยะยาว’ หันมาใส่ใจการดูแลสุขภาพตั้งแต่ก่อนเกิดโรค ขณะที่โลกกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) สิ่งเหล่านี้กำลัง Redefine ความหมายของคำว่า ‘การอยู่อาศัย’

บ้านในวันนี้ ไม่ใช่เพียง Physical Space แต่ต้องเป็น ‘Platform ของการใช้ชีวิตที่ดีในระยะยาว’ ด้วยวิสัยทัศน์ดังกล่าว พฤกษาจึงยกระดับบทบาทขององค์กร จาก Real Estate Developer สู่การเป็น ‘Integrated Living & Healthcare Platform’ พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้แนวคิด ‘Lifetime Well-Living’ ที่มุ่งสร้าง ‘ระบบนิเวศของการใช้ชีวิตที่ดี’ อย่างครบวงจร ด้วยการ สร้าง Ecosystem ที่เชื่อม ‘บ้าน’ และ ‘สุขภาพ’ อย่างไร้รอยต่อ

นางสาวปัทมา ปิยะมณีพร
หัวใจสำคัญของแนวคิดนี้ คือการเชื่อมโยง ‘การอยู่อาศัย’ เข้ากับ ‘การดูแลสุขภาพ’ ผ่าน 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่

Well Home - การออกแบบบ้านที่คำนึงถึงการใช้ชีวิตระยะยาว ด้วยแนวคิด Life-Design Function

Well Care - ระบบบริการสุขภาพที่ครอบคลุมตั้งแต่การป้องกัน การรักษา และการดูแลต่อเนื่อง

Well Community - การสร้างสังคมคุณภาพ ผ่านกิจกรรม ความรู้ และประสบการณ์ด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์

สิ่งที่ทำให้เราแตกต่างที่แท้จริง: ไม่ใช่แค่ ‘มี’ แต่คือ ‘เชื่อมได้’ ความแตกต่างของพฤกษา ไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มฟังก์ชันในตัวบ้าน แต่อยู่ที่ ‘ความสามารถในการเชื่อมระบบ’ (Integration Capability) พฤกษาเป็นผู้เล่นรายเดียวในอุตสาหกรรมที่มีโรงพยาบาลในเครือ (รพ.วิมุต ViMUT Hospital) ทำให้สามารถผสานบริการสุขภาพเข้าสู่ประสบการณ์การอยู่อาศัยได้อย่างแท้จริง ครอบคลุมตั้งแต่การตรวจสุขภาพ การปรึกษาแพทย์ออนไลน์ (Telemedicine) การดูแลโดย Family Doctor แพทย์เฉพาะทางประจำครอบครัว ไปจนถึง Well-Living Club ซึ่งเป็นศูนย์กลางของ Data, Service และ Community เพื่อให้ลูกบ้านเข้าถึงทั้งความรู้ กิจกรรมด้านสุขภาพ และสิทธิประโยชน์จากบริการทางการแพทย์ในเครือ


การทรานส์ฟอร์มครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการ Reposition องค์กร สู่การเป็นผู้นำในมิติใหม่ของการอยู่อาศัย จาก ‘บ้าน’ สู่ ‘ระบบนิเวศของชีวิตที่ดี’ ที่สามารถดูแลลูกค้าได้…ในทุกช่วงวัย

โดยมี 3 โครงการมาสเตอร์พีซ เป็นตัวแทนถ่ายทอดแนวคิด ‘Lifetime Well-Living’ ผ่านคาแรกเตอร์ที่แตกต่างตามไลฟ์สไตล์ โดย เดอะ ปาล์ม คอร์ทยาร์ด บางนา กม.8 นำธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ผ่าน Courtyard ที่เชื่อมแสง ลม และพื้นที่สีเขียว เพื่อยกระดับสุขภาวะของครอบครัว, เดอะ รีเซิร์ฟ วิลล่า สุขุมวิท 89/1 นิยามใหม่ของคำว่าบ้านในเมือง ด้วยการออกแบบ Passive Design ที่มาพร้อม ‘สุขภาพดี’ และบริการ Personal Wellness Lifestyle by ViMUT Hospital และ แชปเตอร์ เจริญกรุง-ริเวอร์ไซด์ การผสมผสานกับความเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งมุมมองและลมธรรมชาติ ช่วยลดความเครียด พร้อมสร้างบรรยากาศแบบ ‘Community of Friends’ เชื่อมโยงผู้คนอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งนี้ แนวคิดดังกล่าวจะถูกต่อยอดไปยังทุกโครงการของพฤกษา โดยปรับให้เหมาะกับแต่ละเซกเมนต์ เพื่อให้ลูกบ้านทุกคน ‘อยู่ดี…ทั้งชีวิต’ ได้อย่างแท้จริง”

นางสาวอังคณา ลิขิตจรรยากุล
นางสาวอังคณา ลิขิตจรรยากุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดและองค์กรกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “โจทย์สำคัญที่สุดของเรา คือการทำให้ ‘Lifetime Well-Living’ ไม่ใช่แค่แนวคิด แต่ต้องกลายเป็นประสบการณ์ที่ลูกบ้าน ‘รู้สึกได้จริง’ ในทุกวัน เราจึงแปลง Brand Promise ไปสู่ Customer Experience อย่างเป็นระบบ โดยนำ Well-Living เข้าไปอยู่ในทุก Touchpoint ทั้งในมิติของ Product ที่ออกแบบเพื่อสุขภาพ และบริการที่เชื่อมโยงการดูแลสุขภาพเข้ากับชีวิตประจำวัน พร้อมสร้าง Community ที่แข็งแรง เพื่อให้ความสุขไม่ใช่เรื่องที่ต้องค้นหา แต่เป็นสิ่งที่ถูกออกแบบไว้แล้วในบ้าน

แนวคิดนี้ยังได้สื่อสารผ่านแคมเปญ ‘Beyond Technology. A new way of well-Living, redefined.’ สะท้อนให้เห็นว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในการสร้างชีวิตที่ดี คือ ‘ระบบชีวิต’ ที่ถูกออกแบบมาอย่างดีตั้งแต่ต้นในบ้าน เช่น ระบบคุณภาพอากาศที่ฝังอยู่ในโครงสร้างบ้าน การออกแบบ Airflow การใช้ Landscape เพื่อช่วยฟอกอากาศ การมีแพทย์ดูแลคุณและครอบครัวอยู่ใกล้ ๆ สิ่งเหล่านี้คือ Invisible Value คุณค่าที่มองไม่เห็น แต่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต และเป็นประสบการณ์ที่ลูกบ้านสัมผัสได้จริงในทุกวัน

ทั้งนี้ เรายังได้ต่อยอดจุดแข็งที่มีธุรกิจเฮลธ์แคร์ในเครือ ยกระดับ Family Doctor แพทย์เฉพาะทางประจำครอบครัว สู่การดูแลแบบทีมผู้เชี่ยวชาญสหสาขาวิชาชีพ (Multidisciplinary Care Expert) ที่รวมทีมแพทย์และบุคลากรการแพทย์หลากสาขาจากโรงพยาบาลในเครือวิมุต เข้ามาดูแลและให้คำปรึกษาลูกบ้านแบบครบวงจรอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ลูกบ้านได้สัมผัสประสบการณ์การดูแลสุขภาพที่สะดวก อบอุ่น ‘เหมือนมีหมออยู่ที่บ้าน’ จริง ๆ


นอกจากนี้ เรายังเดินหน้าสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ดีในทุกวันให้ลูกค้าในเครือ ผ่าน Exclusive Program ภายใต้ชื่อ ‘Well-Living Club’ บน Line OA ที่เชื่อมลูกบ้านเข้ากับบริการสุขภาพ สิทธิประโยชน์ และ Community Experience ทั้งหมดไว้ในที่เดียว ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างความแตกต่างในการเชื่อมโยงการอยู่อาศัยเข้ากับการดูแลสุขภาพแบบไร้รอยต่อ พร้อมกับสิทธิพิเศษ ที่คัดสรรมาเพื่อความ ‘อยู่ดี...ทั้งชีวิต’ อาทิ เอกสิทธิ์ด้านการอยู่อาศัยและสุขภาพแบบครบวงจร กิจกรรมออนไลน์เพื่อรับคะแนน สะสมคะแนนเพื่อแลกรับของรางวัล และส่วนลดร้านค้าชั้นนำมากมายจากพันธมิตรทางธุรกิจ ครอบคลุม 6 หมวดสำคัญ เช่น 1) Home & Living 2) Health & Wellness 3) Dinning & Cafe 4) Shopping & Lifestyle 5) Hotel & Travel และ 6) Pet Hub ตอกย้ำเป้าหมายในการสร้าง ‘The Most Valuable Living Experience’ เพื่อให้ความดูแลนั้นคงอยู่ต่อเนื่อง...ไม่ใช่แค่จบลงในวันโอนบ้าน”

ทั้งนี้ ภายในงาน “Pruksa Lifetime Well-Living : Beyond Technology. A new way of well-living, redefined.” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 - 10 พฤษภาคม ณ Central Park พฤกษายังได้นำโครงการมาสเตอร์พีซ ได้แก่ เดอะ ปาล์ม คอร์ทยาร์ด บางนา กม.8, เดอะ รีเซิร์ฟ วิลล่า สุขุมวิท 89/1 และ แชปเตอร์ เจริญกรุง-ริเวอร์ไซด์ มาร่วมจัดแสดง พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษส่วนลดสูงสุด 10 ล้านบาท และ Exclusive Offer ภายในงานเท่านั้น สำหรับผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ “อยู่ดี…ทั้งชีวิต”