xs
xsm
sm
md
lg

CryptoQuant ฟันธง บิทคอยน์ยังไม่พ้นวัฏจักรขาลง ชี้แรงขายทำกำไร "Bear Market Rally" พร้อมปะทุซ้ำ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของราคาบิทคอยน์ที่พุ่งทะยานกว่า 20% นับตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน จนแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน CryptoQuant ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ข้อมูลออนเชนชั้นนำ ได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนด้วยสมมติฐานที่สวนกระแส ด้วยการนิยามการปรับตัวขึ้นรอบนี้ว่าเป็นเพียง "Bear Market Rally" พร้อมชี้ว่านักลงทุนระยะสั้นกำลังเทขายทำกำไรอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลเผยระดับ Net Profit พลิกกลับมาเป็นบวกครั้งแรกในรอบกว่า 4 เดือน แต่ขนาดของเม็ดเงินยังห่างไกลจากจุดเปลี่ยนผ่านสู่ตลาดกระทิงแท้จริงอย่างมีนัยสำคัญ

สถานการณ์ราคาบิทคอยน์ที่ฟื้นตัวอย่างร้อนแรงกำลังถูกตั้งคำถามจากมุมมองของนักวิเคราะห์ออนเชน หลังจากที่สินทรัพย์ดิจิทัลหมายเลขหนึ่งของโลกสามารถสร้างผลตอบแทนได้มากกว่า 20% นับตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยสามารถดีดตัวขึ้นไปทำจุดสูงสุดในรอบสามเดือนได้สำเร็จ ท่ามกลางแรงหนุนจากภาวะราคาที่ถูกกดต่ำเกินไปก่อนหน้า การคลี่คลายของแรงกดดันด้านเศรษฐกิจมหภาค และอุปสงค์ในตลาดสัญญา Perpetual Futures ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ทว่ารายงานล่าสุดจากคูลิโอ โมเรโน (Julio Moreno) หัวหน้าฝ่ายวิจัย CryptoQuant กลับมองว่าการทะยานขึ้นครั้งนี้ยังคงอยู่ภายใต้ร่มเงาของตลาดหมี โมเรโนได้ให้นิยามการฟื้นตัวดังกล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่าเป็น "Bear Market Rally" หรือการปรับตัวขึ้นในขาลง ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางเทคนิคที่มักจะเกิดขึ้นเป็นระยะ ก่อนที่แรงขายจำนวนมากจะกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้งเพื่อกดดันราคาให้ปรับฐานลงลึกต่อไป

หลักฐานสำคัญที่ CryptoQuant ใช้สนับสนุนมุมมองดังกล่าวคือการกลับมาของพฤติกรรม "การขายทำกำไร" (Profit-Taking) ในหมู่นักลงทุน โดยข้อมูล ณ วันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นว่า ผู้ถือครองบิทคอยน์ได้แปลงสินทรัพย์เป็นผลกำไรที่เกิดขึ้นจริง (Realized Profits) สูงถึง 14,600 BTC ภายในวันเดียว ซึ่งนับเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม 2568 เลยทีเดียว

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเจาะลึกลงไปในเมตริกทางเทคนิคอย่าง Short-Term Holder Spent Output Profit Ratio หรือ STH-SOPR ซึ่งเป็นมาตรวัดที่ใช้ติดตามว่านักลงทุนระยะสั้นกำลังขายสินทรัพย์ออกไปด้วยสถานะที่มีกำไรหรือขาดทุน ตัวเลขดังกล่าวได้ปรับตัวขึ้นไปแตะระดับ 1.016 และยังคงยืนเหนือค่า 1.00 อย่างเหนียวแน่นนับตั้งแต่กลางเดือนเมษายน ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ตอกย้ำสมมติฐานของโมเรโนที่ระบุว่า "บิทคอยน์ได้เคลื่อนตัวเข้าสู่เขตแดนแห่งการทำกำไรอย่างชัดเจนและต่อเนื่องตั้งแต่กลางเดือนเมษายน สะท้อนให้เห็นว่าการปรับตัวขึ้นของราคาที่ผ่านมาได้กระตุ้นให้เกิดการกระจายเหรียญออกจากมือผู้ถือครองในวงกว้าง"

เมื่อมองภาพใหญ่ในรอบ 30 วันย้อนหลัง ข้อมูลเผยให้เห็นจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างที่สำคัญ เมื่อนักลงทุนบิทคอยน์สามารถสร้างผลกำไรสุทธิ (Net Profits) ได้มากกว่า 20,000 BTC ซึ่งเป็นการพลิกกลับมาเป็นบวกครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2568 ภายหลังจากที่ตลาดต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนสุทธิอย่างหนักหน่วงในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมที่ผ่านมา โดยมีจุดต่ำสุดที่ตัวเลขขาดทุนมหาศาลถึง -398,000 BTC

โมเรโนได้เน้นย้ำถึงนัยสำคัญของจุดเปลี่ยนนี้ว่า "การเปลี่ยนผ่านจากการรับรู้ผลขาดทุนสุทธิ ไปสู่การรับรู้ผลกำไรสุทธิ คือจุดเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างในพลวัตของตลาดหมี การข้ามกลับมาสู่แดนบวกสุทธิได้นั้นสะท้อนให้เห็นถึงระดับที่แรงฟื้นตัวของราคาในช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคมได้เข้าไปฟื้นฟูสถานะความสามารถในการทำกำไรให้กับฐานผู้ถือครองส่วนใหญ่"

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก CryptoQuant ได้ชี้ให้เห็นถึงข้อเท็จจริงเชิงวิพากษ์ว่า ระดับของผลกำไรสุทธิในปัจจุบันที่ราว 20,000 BTC นั้น ยังคงห่างไกลจากระดับ 130,000 BTC ถึง 200,000 BTC ซึ่งเป็นช่วงตัวเลขที่มีความสัมพันธ์ในอดีตกับการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ตลาดกระทิงอย่างได้รับการยืนยันแล้วอย่างมาก "ความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญนี้ยิ่งช่วยตอกย้ำการจำแนกสถานะว่าเป็นเพียง Bear Market Rally แทนที่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของวัฏจักรตลาด" โมเรโนกล่าว

นอกเหนือจากกำไรที่เกิดขึ้นจริงแล้ว อัตรากำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (Unrealized Profit Margins) ก็กำลังอยู่ในระดับสูงที่ประมาณ 18% ซึ่งตรงกันข้ามกับภาวะขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงที่ระดับ -29% ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมอย่างสิ้นเชิง โมเรโนได้ให้ความเห็นในเชิงวิเคราะห์ถึงความเสี่ยงนี้ว่า "จากหลักฐานในอดีต เมื่อใดก็ตามที่อัตรากำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงไต่ระดับขึ้นสู่จุดสูง นักลงทุนย่อมมีแนวโน้มที่จะเทขายและล็อกผลกำไร ซึ่งจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดแรงเทขายปรับฐาน"

อย่างไรก็ดีแรงปรับฐานครั้งใหญ่อาจยังไม่เกิดขึ้นในทันที เนื่องจากสภาวะแวดล้อมด้านอุปสงค์ยังคงให้แรงหนุนอย่างมีนัยสำคัญ โดยรายงานระบุว่า อุปสงค์ในตลาดสัญญา Perpetual Futures ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ในขณะที่การหดตัวของอุปสงค์ในตลาด Spot ก็ยังอยู่ในระดับที่ไม่รุนแรง และกระแสเงินทุนไหลเข้าแพลตฟอร์มซื้อขาย (Exchange Inflows) ก็ยังคงอยู่ในระดับที่เบาบาง

"การผสมผสานกันของปัจจัยเหล่านี้สอดคล้องกับลักษณะของการปรับตัวขึ้นที่มีความเสี่ยงในการเกิดแรงเทขายอย่างมีนัยยะสำคัญ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังไปไม่ถึงจุดสูงสุดของการกระจายเหรียญที่ได้รับการยืนยันแล้ว" คูลิโอ โมเรโน ระบุ

ทั้งนี้ ล่าสุด ณ ขณะที่รายงานข่าวนี้ บิทคอยน์กำลังเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ $80,245.78 ปรับตัวลดลง 0.43% แทบไม่เปลี่ยนแปลงในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ทิ้งปริศนาสำคัญให้กับนักลงทุนว่า แรงส่งของ Bear Market Rally ครั้งนี้จะแข็งแกร่งพอที่จะหลอกล่อให้ตลาดเชื่อว่ากระทิงกลับมาแล้วได้มากน้อยเพียงใด ก่อนที่แรงขายมหาศาลตามหลักการของ CryptoQuant จะกลับมาขยับราคาเหรียญอีกครั้ง