xs
xsm
sm
md
lg

สหรัฐฯ เปิดศึกใหม่ “Economic Fury” ตัดช่องคริปโตอิหร่าน สั่นคลอนธุรกรรมเงาทะลุระบบโลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ
รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ สก็อตต์ เบสเซนต์ ประกาศยกระดับปฏิบัติการ Economic Fury โดยดึง “คริปโต” เข้ามาอยู่ในสมรภูมิคว่ำบาตรครั้งสำคัญ เทียบชั้นช่องทางธนาคารเงาและเครือข่ายจัดซื้ออาวุธ นับเป็นครั้งแรกที่กระทรวงการคลังระบุสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างชัดแจ้งในวาทกรรมกดดันเตหะราน สะท้อนความเชื่อว่าคริปโตถูกใช้เป็นโครงสร้างพื้นฐานเพื่อชำระราคาการค้าจริง ไม่ใช่แค่ธุรกรรมรายย่อย สัญญาณนี้พุ่งเป้าไปยังสถาบันการเงิน ตลาดซื้อขาย และคนกลางทั่วโลกที่เข้าไปแตะกระแสเงินอิหร่าน ท่ามกลางแรงสั่นสะเทือนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เขย่าราคาบิทคอยน์และน้ำมันดิบมาแล้วหลายระลอก

นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ประกาศกร้าวว่าปฏิบัติการคว่ำบาตรซึ่งรัฐบาลวอชิงตันขนานนามว่า “Economic Fury” ได้ขยายเป้าหมายมายัง “การเข้าถึงคริปโตของอิหร่าน” อย่างเป็นทางการ โดยจัดวางสินทรัพย์ดิจิทัลไว้ในระนาบเดียวกับการส่งออกน้ำมัน เครือข่ายเดินเรือขนส่ง และช่องทางธนาคารเงา นี่คือนาทีประวัติศาสตร์ที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เอ่ยปากระบุดิจิทัลแอสเซทในบริบทสงครามเศรษฐกิจกับเตหะรานอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน และมันกำลังตอกลิ่มคริปโตลงไปตรงกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สั่นคลอนราคาบิทคอยน์มานานหลายสัปดาห์

ถ้อยแถลงของเบสเซนต์ระบุว่า มาตรการระลอกนี้พุ่งเป้าไปที่ระบบธนาคารเงาของอิหร่าน การเข้าถึงคริปโต เครือข่ายจัดซื้ออาวุธ และโรงกลั่น “กาน้ำชา” ในจีนที่รับซื้อน้ำมันดิบจากเตหะราน มาตรการดังกล่าวสามารถตัดวงจรรายได้ “หลายหมื่นล้านดอลลาร์” ที่มิเช่นนั้นจะไหลกลับไปสนับสนุนปฏิบัติการก่อการร้าย พร้อมกับตอกย้ำว่าเกาะคาร์กซึ่งเป็นท่าเทียบเรือส่งออกน้ำมันหลักของอิหร่านกำลังเผชิญภาวะใกล้เต็มความจุคลังเก็บ สถานการณ์ที่อาจบีบให้อิหร่านต้องลดกำลังการผลิตและสูญเสียรายได้มากถึงวันละประมาณ 170 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ
ทว่าสิ่งที่เขย่าตลาดการเงินมากกว่าตัวเลขความเสียหายคือตำแหน่งแห่งที่ของ “คริปโต” ในวาทกรรมชุดนี้ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรมักมุ่งความสนใจไปที่ระบบธนาคาร บริษัทค้าน้ำมัน และบริษัทเดินเรือ การที่กระทรวงการคลังนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาบรรจุไว้ในประโยคเดียวกับธนาคารเงาและการจัดซื้ออาวุธจึงเป็นสัญญาณชัดเจนว่าหน่วยข่าวกรองทางการเงินของสหรัฐฯ เชื่อมั่นแล้วว่าคริปโตมิได้ถูกใช้เพียงเพื่อโอนย้ายรายย่อย หากแต่กำลังทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการชำระราคาการค้าจริง นั่นหมายความว่าสมรภูมิคว่ำบาตรได้ก้าวข้ามพรมแดนดั้งเดิมเข้าสู่โลกของบล็อกเชนเต็มตัว

ชานากา อันเซล์ม เปเรรา นักวิเคราะห์การตลาด เปิดเผยว่าปฏิบัติการรอบนี้กำหนดชื่อบุคคลและนิติบุคคล 35 รายการภายใต้คำสั่งบริหารสองฉบับ หนึ่งในนั้นคือ Shuqun Ltd นิติบุคคลจดทะเบียนในสหราชอาณาจักร ซึ่งถูกกล่าวหาว่าโอนเงินมากกว่า 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อชำระค่าน้ำมันดิบอิหร่านให้แก่บริษัทน้ำมันแห่งชาติอิหร่านตลอดปี 2567 และ Fratello Carbone Trading Limited ที่มีพฤติการณ์เคลื่อนย้ายเงินกว่า 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้วยการประกาศเพิ่มชื่อดังกล่าวทำให้จำนวนเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านภายใต้ปฏิบัติการ Economic Fury ทะลุหลักหนึ่งพันรายการนับตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นมา

สิ่งที่ทำให้ตลาดต้องอ่านเกมอย่างละเอียดคือนัยยะแฝงของเบสเซนต์ ซึ่งเปเรราวิเคราะห์ว่า คำเตือนครั้งนี้มิได้ส่งตรงถึงผู้นำในกรุงเตหะรานแต่เพียงลำพัง หากแต่พุ่งเป้าไปยังธนาคาร ตลาดซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล และตัวกลางทุกแห่งทั่วโลกที่อาจเข้าไปเกี่ยวข้องกับการประมวลผลธุรกรรมที่มีอิหร่านอยู่เบื้องหลัง การขยับครั้งนี้จึงไม่ต่างจากการยื่นคำขาดให้สถาบันการเงินทั่วโลกเลือกข้าง

เส้นทางหลักการขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งกระทบพลังงานโลกหลังเกิดการสู้รบสงครามระหว่างสหรัฐ - อิหร่าน จนลุกลามขยายความรุนแรงไปในประเทศต่างๆในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ปฏิบัติการปิดล้อมเส้นทางการเงินอิหร่านผนวกกับปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ยังคงกดดันราคาบิทคอยน์และน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 ไฟแนนเชียลไทมส์รายงานว่าเจ้าหน้าที่อิหร่านเริ่มเรียกร้องค่าผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซเป็นบิทคอยน์จากเรือพาณิชย์ ส่งผลให้ราคาบิทคอยน์วิ่งจากระดับประมาณ 68,000 ดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นไปแตะเกือบ 73,000 ดอลลาร์สหรัฐในเวลาอันสั้น ต่อมาวันที่ 27 เมษายน มีรายงานข่าวกรองว่าอิหร่านยื่นข้อเสนอสันติภาพรอบใหม่ผ่านตัวกลางปากีสถาน ส่งให้บิทคอยน์ดีดตัวขึ้นไปทำระดับสูงสุดในรอบ 12 สัปดาห์ใกล้ 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะถูกเทขายร่วงหนักเมื่อตลาดประเมินว่าเสถียรภาพยังอยู่ไกล

ความผันผวนยิ่งทวีความเข้มข้นเมื่อวานนี้ (28 เมษายน 2569) อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความบน Truth Social ว่าอิหร่านกำลังเข้าสู่ “สภาวะล่มสลาย” ดันราคาน้ำมันดิบทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และฉุดบิทคอยน์ลงไปต่ำกว่า 76,000 ดอลลาร์สหรัฐในจังหวะที่นักลงทุนประเมินความเสี่ยงใหม่

อย่างไรก็ดีการเคลื่อนไหวของราคาตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาตอกย้ำว่าคริปโตได้กลายเป็นสินทรัพย์ที่เคลื่อนไหวตามแรงกระเพื่อมของความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ความวิตกด้านอุปทานพลังงาน และมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศอย่างแนบแน่น หากวอชิงตันประสบความสำเร็จในการอุดช่องทางชำระบัญชีที่เชื่อมโยงกับคริปโตของอิหร่าน ก็อาจลดทอนหนึ่งในเครื่องมือเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรที่เตหะรานพึ่งพา แต่ในอีกด้านหนึ่ง การเดินหน้าไล่ปิดท่อน้ำเลี้ยงทางการเงินนอกระบบดอลลาร์อย่างดุดัน อาจยิ่งผลักดันให้ธุรกรรมที่เคยพาดผ่านธนาคารโลกเปลี่ยนไปวิ่งบนเส้นทางเงินหยวนหรือสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของวอชิงตันมากยิ่งขึ้น สงครามการเงินข้ามพรมแดนด้วยอาวุธดิจิทัลจึงเพิ่งเริ่มต้น และสมรภูมิฮอร์มุซกำลังเป็นบททดสอบสำคัญของระเบียบการเงินโลกยุคใหม่