xs
xsm
sm
md
lg

การโยกเงินครั้งสุดท้ายของ TWZ / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้ถือหุ้นรายย่อยจำนวน 17,332 ราย ถือหุ้นรวมกันในสัดส่วน 91% ของทุนจดทะเบียนของบริษัท ทีดับบลิวแซด คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TWZ อาจเตรียมทำใจไว้ล่วงหน้าแล้วว่า เงินที่ลงทุนในบริษัทจดทะเบียนแห่งนี้สูญสิ้นกลายเป็นศูนย์ เพราะผลประกอบการของบริษัททรุดหนัก ส่วนของผู้ถือหุ้นลดวูบ และลงทุนในธุรกิจอะไรมักขาดทุนไม่เป็นท่า

TWZ เพิ่งชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมในงบการเงินประจำปี 2568 ตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ สอบถาม โดยระบุถึงผลขาดทุนขั้นต้น 639 ล้านบาท จากสัญญาซื้อขายแบบเหมาโทรศัพท์มือถือจำนวน 6 ราย โดยบริษัทนำสินค้าคงเหลือเกือบทั้งหมดขายให้แก่ลูกหนี้และเจ้าหนี้ เนื่องจากโทรศัพท์มือถือตกรุ่นเร็วมาก เครื่องค้างสต็อกยิ่งปล่อยทิ้งเนิ่นนาน ราคาจะลดลงมากกว่าร้อยละ 50

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีความจำเป็นต้องใช้เงินทุนเพื่อซื้อที่ดินมูลค่า 1,600 ล้านบาท ตามที่แจ้งตลาดหลักทรัพย์ไปก่อนหน้า และชี้แจงผลขาดทุนจากการด้อยค่าตามมาตรฐานบัญชี จากรายการลูกหนี้การค้า 1,013.26 ล้านบาท ซึ่งได้ดำเนินคดีฟ้องร้องทางแพ่งเพื่อบังคับชำระหนี้คืนแล้ว รวมทั้งการชี้แจงผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ที่เกี่ยวกับโครงการธุรกิจโรงไฟฟ้าระบบพลาสมา 447 ล้านบาท และผลขาดทุนจากเงินลงทุนบริษัทย่อยและบริษัทร่วมจำนวน 74.27 ล้านบาท ในธุรกิจรถยนต์ EV

แม้ผลขาดทุนจากการดำเนินธุรกิจในหลายด้านจะมีเหตุผลมาชี้แจง แต่มีคำถามว่า การโยกเงินของผู้ถือหุ้นลงทุนโครงการอะไร ทำไมผู้บริหาร TWZ จึงทำเจ๊งหมด

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา TWZ แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ถึงมติคณะกรรมการบริษัทฯ ในการซื้อที่ดินเปล่าจำนวน 667 ไร่ 1 งาน 86.9 ตารางวา ในตำบลโคกขาม จังหวัดสมุทรสาคร จากบริษัท แลนด์แอนด์ลีฟวิ่ง จำกัด และบริษัท เบสท์โอเชี่ยนกอล์ฟ จำกัด ในราคา 1,600 ล้านบาท ซึ่งจะโอนภายในไตรมาสที่ 4 ปีนี้ จากราคาประเมินราชการ 540 ล้านบาท ขณะที่ผู้ประเมินอิสระ คือบริษัท สยามอิมพีเรียล แอพเพรสซัล จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประเมินที่ผ่านความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ประเมินราคาไว้ที่ 1,869 ล้านบาท

การซื้อขายที่ดินแปลงนี้ TWZ ต้องชำระล่วงหน้าอีก 570 ล้านบาทในเดือนเมษายนที่ผ่านมา หลังจากวางมัดจำไว้เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2567 จำนวน 70 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจ่ายภายในปี 2569 อีก 960 ล้านบาท

เงินจากการขายโทรศัพท์มือถือค้างสต็อกถูกโยกไปชำระค่าซื้อที่ดินล่วงหน้าส่วนหนึ่งแล้ว และเงินที่เหลืออีก 960 ล้านบาท TWZ เตรียมแผนไว้เหมือนกัน โดยเมื่อวันที่ 27 มีนาคม คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติให้นำหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 59,582.71 ล้านหุ้น เสนอขายผู้ถือหุ้นเดิมในสัดส่วน 1 หุ้นเดิมต่อ 3 หุ้นใหม่ ในราคาหุ้นละ 1 สตางค์ พร้อมแจกใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญหรือวอแรนต์รุ่นที่ 10 ในสัดส่วน 2 หุ้นเพิ่มทุนต่อ 1 วอแรนต์ โดยวอแรนต์มีอายุ 5 ปี ราคาแปลงสภาพหุ้นละ 1 สตางค์ กำหนดชำระค่าหุ้นระหว่าง 15-19 มิถุนายนนี้

ที่ดินที่ถูกประเมินโดยบริษัทประเมินราคาที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ถูกตั้งโจทย์จากผู้ถือหุ้นว่าเป็นราคาสมเหตุสมผลหรือไม่ ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบราคาประเมินที่แท้จริง และสุดท้าย ก.ล.ต. ต้องพิจารณาการทำหน้าที่ของบริษัทประเมินราคาแห่งนี้

แต่ปัญหาที่สำคัญคือ จะมีผู้ถือหุ้นคนใดเติมเงินเข้าไปใน TWZ โดยจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน แม้แต่ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่เป็นตัวการเพิ่มทุนสูบเงินจากนักลงทุนรายย่อยก็ตาม เพราะผลประกอบการบริษัทย่ำแย่ ปี 2568 ขาดทุนกว่า 2 พันล้านบาท ส่วนมูลค่าหุ้นทางบัญชีสิ้นปี 2568 มีจำนวน 19 สตางค์ต่อหุ้น แต่ล่าสุดเหลือเพียง 3 สตางค์ต่อหุ้นเท่านั้น ขณะที่ราคาหุ้นแทบไม่ต้องพูดถึง เคลื่อนไหวอยู่ 1-2 สตางค์มายาวนาน

นายพุทธชาติ รังคศิริ ลูกพี่ลูกน้องกับนายสาธิต รังคศิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร ซึ่งตกเป็นข่าวฉาวโฉ่ในคดีร่ำรวยผิดปกติ ถูกลงโทษติดคุกยาว และถูกยึดทองคำมูลค่า 1.5 พันล้าน เป็นกรรมการผู้จัดการ TWZ และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 โดยถือหุ้นในสัดส่วน 8.79% ของทุนจดทะเบียน

มิอาจเชื่อมโยงนายพุทธชาติกับพฤติกรรมของนายสาธิตได้ เพียงแต่ธุรกรรมการโยกเงินลงทุนธุรกิจต่าง ๆ และสร้างความเสียหายให้ผู้ถือหุ้น รวมทั้งมติคณะกรรมการบริษัทฯ อนุมัติโยกเงินไปซื้อที่ดินราคา 1,600 ล้านบาท กำลังถูกผู้ถือหุ้นจับจ้องในปัญหาความโปร่งใสอยู่

เพราะการลงทุนซื้อที่ดินครั้งนี้มีโอกาสสร้างหายนะให้ผู้ถือหุ้นซ้ำรอย และเงินชำระค่าที่ดินล่วงหน้า 640 ล้านบาท อาจถูกย่อยสลายไม่มีโอกาสหวนกลับคืนสู่ TWZ

การโยกเงินก้อนใหญ่ของผู้บริหาร TWZ อาจเป็นโศกนาฏกรรมฉากสุดท้ายของผู้ถือหุ้นรายย่อยบริษัทจดทะเบียนแห่งนี้