xs
xsm
sm
md
lg

KKP Dime โชว์กำไรปีแรก- AUM ทะลุแสนล้าน-ขยายฐานผู้ใช้แตะ8ล้านรายใน3ปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



บริษัทหลักทรัพย์ เคเคพี ไดม์ จำกัด (KKP Dime) ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Dime!โชว์ปี 2568 พลิกทำกำไรปีแรกหลังรายได้โตพุ่งร้อยละ 243 ผลพวงจากโครงสร้างรายได้หลากหลาย ไม่พึ่งพาผลิตภัณฑ์เดียว พร้อมกางโรดแมปยุทธศาสตร์ 3 ปี มุ่งสู่การเป็นผู้ให้บริการทางการเงินดิจิทัลเต็มรูปแบบ ปักธงฐานผู้ใช้งานแตะ 8 ล้านราย

นายธนกฤต รุ่งโรจน์ชัยพร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจ (CBO)
เปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมา KKP Dime สามารถสร้างสถิติใหม่ในหลายมิติ ทั้งในส่วนของสินทรัพย์ภายใต้การดูแล (AUM)ที่แตะระดับ 104,491 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้นร้อยละ 243 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และรายได้รวมอยู่ที่ 802 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ 243 เนื่องจากความหลากหลายจากการกระจายตัวของผลิตภัณฑ์ ทั้งหุ้นสหรัฐฯ หุ้นไทย กองทุนรวม และบริการทางการเงินอื่นๆ ทำให้ไม่เกิดการพึ่งพิงผลิตภัณฑ์ใดผลิตภัณฑ์หนึ่งเพียงอย่างเดียว

"การเข้าสู่ภาวะทำกำไรในปีนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า เทคโนโลยีสามารถทลายข้อจำกัดด้านต้นทุนการดำเนินงานเดิมๆ และสร้างรายได้ที่มั่นคงจากการให้บริการผู้ใช้งานรายย่อยได้จริง โดยบริษัทฯ เตรียมต่อยอดความสำเร็จนี้ไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มากกว่าการลงทุน (Non-Investment Products) เพื่อตอบโจทย์การเงินในชีวิตประจำวันของลูกค้าได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น"

**ส่งบัตรเดบิต ‘ไดม์เนิน’ เชื่อมลงทุนและการใช้จ่ายทั่วโลก**
ด้านนายวรพล วงศ์วัฒนกิจ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ (CPO) กล่าวว่า เพื่อตอกย้ำพันธกิจการเป็น'เพื่อนคู่คิดในทุกการตัดสินใจทางการเงิน' KKP Dime ได้กำหนดเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ที่เรียกว่า “North Star Target” โดยตั้งเป้าสร้างฐานผู้ใช้งานประจำแตะระดับ 8 ล้านราย ภายใน 3 ปีข้างหน้า

นอกจากนี้ ล่าสุด บริษัทฯได้ยกระดับประสบการณ์การลงทุนผ่านฟีเจอร์ "Real-Time Pro" เพื่อตอบโจทย์ความรวดเร็วแม่นยำ และเตรียมเปิดตัวบัตรเดบิต “ไดม์เนิน มาสเตอร์การ์ด” ซึ่งถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการเชื่อมโยงโลกแห่งการลงทุนเข้ากับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบ
"บัตรเดบิตนี้จะช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถบริหารจัดการกระแสเงินสด (Cash Flow) ได้อย่างคล่องตัว โดยสามารถนำรายได้หรือเงินปันผลจากการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ มาใช้จ่ายได้ทันทีทั่วโลก ถือเป็นการทลายกำแพงระหว่างพอร์ตลงทุนและการใช้จ่าย เพื่อสร้างระบบนิเวศทางการเงินที่เป็นหนึ่งเดียว (Seamless Financial Ecosystem) ซึ่งพร้อมจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้"