ผู้ถือหุ้น "ทางยกระดับดอนเมือง " พร้อมใจอนุมัติจ่ายเงินปันผลงวดปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.88 บาท โดยจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้ว 0.66 บาท/หุ้น จึงเหลือจ่ายอีก 0.22 บาท/หุ้น เตรียมรับทรัพย์ 27 พ.ค.นี้ ฟากผู้บริหาร “ดร.ศักดิ์ พรรณไวย”ระบุ ปี 2569 พร้อมลุยงานเต็มพิกัด ควบคู่ขับเคลื่อนธุรกิจ Business Venture ต่อเนื่อง ปักหมุดรายได้เติบโต 10%
ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT เปิดเผยว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลงวดปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.88 บาท โดยบริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วหุ้นละ 0.66 บาท คงเหลือเงินปันผลจ่ายเพิ่มหุ้นละ 0.22 บาท กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 5 มีนาคม และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 27 พฤษภาคม 2569
สำหรับผลการดำเนินงานงวดปี 2568 (สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568) บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 2,679.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 182.86 ล้านบาท หรือ 7.32% โดยมีรายได้ค่าผ่านทางจำนวน 2,635.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.20% จากปีก่อนที่มีรายได้ค่าผ่านทางจำนวน 2,458.19 ล้านบาท ในปี 2568 มีรายได้จากการให้บริการและขายสินค้าที่เกี่ยวข้อง จำนวน 12.61 ล้านบาท รายได้จากการลงทุนจำนวน 28.37 ล้านบาท และรายได้อื่นจำนวน 3.76 ล้านบาท ขณะที่มีกำไรสุทธิ 1,073.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 176.80 ล้านบาท หรือ 19.71% จากปีก่อน
“การจ่ายเงินปันผลต่อเนื่องสะท้อนนโยบายสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้ผู้ถือหุ้น โดย DMT ถือเป็นหนึ่งในหุ้นปันผลชั้นดีที่นักลงทุนไว้วางใจ ด้วยสถานะการเงินแข็งแกร่ง โดยไม่มีหนี้สินที่มีดอกเบี้ย อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ระดับ 0.09 เท่า มีวงเงินทุนหมุนเวียนที่ยังไม่ได้เบิกใช้จำนวน 1,650 ล้านบาท มี EBITDA Margin ในอัตราร้อยละ 78.46 และกระแสเงินสดมั่นคง แม้ในช่วงความผันผวนของตลาดทุน หุ้น DMT ยังคงถือเป็น Defensive Stock ที่ช่วยลดความเสี่ยงให้พอร์ตลงทุนได้เป็นอย่างดี” ดร.ศักดิ์ดากล่าว
สำหรับปี 2569 DMT ยังคงยืนยันความมุ่งมั่นสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและต่อเนื่องให้ผู้ถือหุ้น พร้อมขยายธุรกิจใหม่และเตรียมรองรับโอกาสการลงทุนในอนาคต เพื่อสร้างความมั่นคงและเติบโตอย่างยั่งยืน ตั้งเป้ารายได้รวมเติบโตร้อยละ 10 โดยบริษัทฯ มุ่งเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจใหม่ผ่านบริษัทย่อย ASIAM และ Alpha DM Tech เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพารายได้เพียงแหล่งเดียว และเตรียมความพร้อมเข้าร่วมประมูลงานทางพิเศษสายใหม่ตามแผนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ


