xs
xsm
sm
md
lg

แคนาดาเดินหน้าแบนคริปโตบริจาคการเมือง ท่ามกลางกระแสโอบรับสินทรัพย์ดิจิทัล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รัฐสภาแคนาดาลงมติรับหลักการร่างกฎหมายเลือกตั้งฉบับใหม่ ห้ามพรรคการเมืองและผู้สมัครรับบริจาคเป็นคริปโทเคอร์เรนซี โดยชี้เป็น “ช่องโหว่” ที่เปิดทางเงินมืดและต่างชาติแทรกแซง ขณะที่รัฐบาล มาร์ก คาร์นีย์ กลับเร่งผลักดันกรอบกำกับสเตเบิลคอยน์และกองทุนสินทรัพย์ดิจิทัลขนานใหญ่ สะท้อนความย้อนแย้งเชิงนโยบายระหว่างการผลักดันนวัตกรรมการเงิน กับการปิดประตูไม่ให้คริปโตแตะต้องประชาธิปไตย

ความเคลื่อนไหวของสภานิติบัญญัติแดนเมเปิลที่สั่นสะเทือนวงการคริปโตเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569 หลังจากร่างกฎหมาย C-25 หรือพระราชบัญญัติการเลือกตั้งที่เข้มแข็งและเสรี ผ่านการลงมติในวาระที่สองของสภาสามัญชนอย่างไม่มีอุปสรรค สัญญาณนี้ยืนยันว่าสมาชิกสภาเห็นชอบในหลักการ และกำลังจะส่งร่างกฎหมายเข้าสู่คณะกรรมาธิการเพื่อศึกษารายละเอียดรายมาตรา โดยยังเปิดช่องให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมได้ ก่อนบังคับใช้จริงในลำดับถัดไป

หัวใจสำคัญที่ทำให้ร่างกฎหมายปฏิรูปการเลือกตั้งฉบับนี้ตกเป็นเป้าสายตานักลงทุน คือบทบัญญัติห้ามพรรคการเมืองและตัวบุคคลผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง “รับบริจาคผ่านคริปโทเคอร์เรนซี” โดยสิ้นเชิง หน่วยงานกำกับดูแลมองว่า ที่ผ่านมากฎเกณฑ์ตรวจสอบที่มาของเงินบริจาคยังไม่สามารถตามทันธุรกรรมบนบล็อกเชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เวทีกรรมาธิการจึงถูกวางให้เป็นสมรภูมิถกเถียงระหว่างความโปร่งใสกับเสรีภาพทางการเงินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ส่วนหนึ่งจากร่างกฎหมาย C-25 ที่มา: รัฐสภาแคนาดา
ร่างกฎหมาย C-25 ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อคุมสินทรัพย์ดิจิทัลโดยเฉพาะ แต่เป็นการปรับโครงสร้างกฎหมายเลือกตั้งขนานใหญ่ นับตั้งแต่ถูกเสนอเข้าสู่สภาเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 โดยเล็งเพิ่มความโปร่งใส ยกระดับการบังคับใช้กฎหมาย และลดความเสี่ยงที่ต่างชาติจะแทรกแซงกระบวนการลงคะแนน ตามที่ Cointelegraph เคยรายงานมาก่อนหน้า ประเด็นเงินบริจาคคริปโตพุ่งขึ้นมาเป็นจุดโฟกัสอย่างรวดเร็ว ด้วยข้อกังวลสองด้าน ด้านหนึ่งคือความยากในการแกะรอยธุรกรรม อีกด้านคือการกำหนดเพดานเงินบริจาคซึ่งปัจจุบันทำได้ยากหากแหล่งเงินเป็นคริปโต จนผู้กำกับดูแลลงความเห็นว่าต้องปิดช่องว่างนี้ทันที แม้ยังไม่มีการกำหนดตารางเวลาที่ชัดเจนว่าคณะกรรมาธิการจะพิจารณาแล้วเสร็จเมื่อใด แต่แรงหนุนจากสภาในวาระที่สองก็ตอกย้ำว่าทิศทางของกฎหมายยากจะตีกลับ

อย่างไรก็ตามทุกอย่างเดินหน้าไปท่ามกลางบรรยากาศที่แคนาดากำลังโอบรับโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน หน่วยงานกำกับดูแลผลักดันกรอบการกำกับสเตเบิลคอยน์ซึ่งจะมอบอำนาจควบคุมให้แก่ธนาคารกลางแคนาดาโดยตรง พร้อมกับปรับเกณฑ์กองทุนรวมคริปโต ผู้ดูแลสินทรัพย์ และมาตรฐานการเก็บรักษาคริปโตในห้องเย็นให้รัดกุมยิ่งขึ้น สะท้อนว่ารัฐบาลแคนาดาไม่ได้ต่อต้านสินทรัพย์ดิจิทัล หากแต่เลือกเดินหมากแบบสองหน้าฉาก คือผนวกนวัตกรรมการเงินเข้ากับโครงสร้างทางการเงินของประเทศ ภายใต้กติกาที่รัฐกำหนด

สมาชิกสภานิติบัญญัติของแคนาดาได้ระบุถึงประโยชน์ที่เป็นไปได้หลายประการของกรอบการทำงานสกุลเงินดิจิทัลแบบมีเสถียรภาพระดับชาติ แหล่งที่มา: รัฐบาลแคนาดา
ยิ่งไปกว่านั้น การเปลี่ยนขั้วนโยบายครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี มาร์ก คาร์นีย์ อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางแคนาดาและธนาคารกลางอังกฤษ ซึ่งเคยแสดงความกังขาต่อคริปโทเคอร์เรนซีอย่างเปิดเผยหลายครั้ง แนวคิดของคาร์นีย์ที่มองว่าบิทคอยน์และระบบการเงินกระจายศูนย์ขาดเสถียรภาพ กำลังถูกแปลเป็นการกระทำที่เป็นรูปธรรมผ่านกลไกรัฐ กล่าวคือเปิดทางให้คริปโตมีที่ยืนในระบบการเงิน แต่ห้ามไม่ให้ย่างกรายเข้าไปในกระบวนการขั้นมูลฐานของประชาธิปไตย

ทั้งนี้จุดยืนดังกล่าวจึงมิใช่เพียงการออกกฎควบคุมการเลือกตั้ง หากแต่เป็นการส่งสัญญาณว่าแคนาดากำลังสร้างเส้นแบ่งที่เฉียบขาดระหว่างสินทรัพย์ดิจิทัลในฐานะเครื่องมือลงทุน กับคริปโตเคอร์เรนซีในฐานะ “ความเสี่ยง” ต่ออธิปไตยทางการเมือง นับจากนี้การเมืองแคนาดาจะปลอดธุรกรรมไร้ตัวตน แต่ระบบการเงินแคนาดากลับเดินหน้าฝังรากลึกกับนวัตกรรมบล็อกเชนยิ่งขึ้น นั่นคือสมการที่ตลาดต้องจับตาให้หนัก