xs
xsm
sm
md
lg

ถอดรหัส Google เทหน้าตักลงทุน Anthropic เดิมพันประวัติศาสตร์ชิงเค้ก AI โลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ซุนดาร์ พิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Alphabet
นักวิเคราะห์ฟันธง ยุทธศาสตร์การลงทุนของยักษ์ใหญ่เทคโนโลยี Google ในบริษัทปัญญาประดิษฐ์ดาวรุ่งอย่าง Anthropic กำลังจะกลายเป็นดีลประวัติศาสตร์ที่สร้างผลตอบแทนมหาศาล เทียบชั้นความสำเร็จในอดีตอย่างการฮุบกิจการ YouTube, Uber และ SpaceX แม้ฉากหน้า คลอดด์ จะเป็นคู่แข่งโดยตรงกับ เจมิไน แต่เบื้องลึกนี่คือหมากเกมซ้อนเกมของ ซุนดาร์ พิชัย ที่หวังรวบตึงทั้งรายได้จากคลาวด์และผูกขาดโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล ตอกย้ำวิสัยทัศน์ผู้นำที่มองข้ามช็อตการแข่งขันระดับโมเดล สู่การกุมห่วงโซ่อุปทานสมรภูมิเอไอโลกอย่างเบ็ดเสร็จ

บรรดานักวิเคราะห์การเงินและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีต่างประสานเสียง ชี้เป้าไปที่ความสำเร็จในอดีตของ Google เพื่อถอดรหัสว่าเหตุใดการทุ่มเม็ดเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องใน Anthropic จึงมีศักยภาพที่จะกลายเป็นหนึ่งในการเดิมพันระดับเวนเจอร์แคปิตอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการเทคโนโลยี

บูล ธีโอรี นักวิจารณ์และวิเคราะห์ทิศทางตลาด ได้ตอกย้ำถึงความเหนือชั้นของ Google ที่มักจะแปรเปลี่ยนเม็ดเงินลงทุนในระยะเริ่มต้นให้กลายเป็นสินทรัพย์มูลค่ามหาศาลได้อย่างสม่ำเสมอ เขาได้ยกกรณีศึกษาชิ้นโบแดงเมื่อปี 2549 ที่ Google ตัดสินใจเข้าซื้อกิจการแพลตฟอร์มวิดีโออย่าง YouTube ด้วยมูลค่า 1.65 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งในเวลานั้น บรรดานักวิจารณ์ต่างค่อนขอดว่าเป็นดีลที่จ่ายแพงเกินจริง ทว่าในปัจจุบัน นักวิเคราะห์ประเมินว่า YouTube มีมูลค่าพุ่งสูงถึงราว 5.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ และสามารถปั๊มรายได้เข้ากระเป๋าบริษัทได้ถึงปีละ 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้ เขายังหยิบยกกรณีการลงทุนเมื่อปี 2556 ที่ Google ควักกระเป๋า 258 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อร่วมทุนใน Uber ซึ่งต่อมามูลค่าหุ้นดังกล่าวได้พุ่งทะยานทะลุ 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในห้วงเวลาที่ Uber เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และอีกหนึ่งบทพิสูจน์วิสัยทัศน์อันเฉียบคมคือการอัดฉีดเม็ดเงิน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เข้าสู่ SpaceX ในปี 2558 โดยล่าสุดเมื่อ SpaceX ได้รับการประเมินมูลค่าในตลาดซื้อขายหุ้นนอกตลาดสูงเฉียด 3.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ บรรดานักลงทุนกระทิงดุก็ประเมินว่าสัดส่วนการถือหุ้นของ Google ในขณะนี้มีมูลค่าพุ่งสูงกว่า 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐไปแล้ว

สำหรับกรณีของ Anthropic นั้น บูล ธีโอรี ขยายความว่า Google ได้เริ่มต้นอัดฉีดเม็ดเงิน 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2566 และต่อมาได้ให้คำมั่นในการเตรียมวงเงินสนับสนุนเพิ่มเติมสูงสุดอีกถึง 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบัน Anthropic ได้รับการประเมินมูลค่าในตลาดซื้อขายหุ้นนอกตลาดอยู่ที่ราว 3.8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางกระแสข่าวหนาหูว่ากลุ่มนักลงทุนกำลังหารือถึงการระดมทุนรอบใหม่ที่อาจดันมูลค่าบริษัทพุ่งไปแตะระดับ 8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีรายงานระบุว่า Google ถือครองสัดส่วนหุ้นใน Anthropic อยู่ที่ร้อยละ 14

หากคำนวณจากฐานมูลค่าปัจจุบันที่ 3.8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วนหุ้นดังกล่าวจะคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 5.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และหากมูลค่าของ Anthropic ทะยานสู่ 8 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐตามเป้าหมาย หุ้นที่ Google ถือครองอยู่จะมีมูลค่ามหาศาลถึงราว 1.12 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในหน้าฉาก ดีลนี้อาจดูย้อนแย้งและผิดแผกไปจากครรลองธุรกิจทั่วไป เนื่องจากโมเดลภาษาขนาดใหญ่อย่าง คลอดด์ ของ Anthropic ถือเป็นคู่แข่งที่ต่อกรโดยตรงกับโมเดล เจมิไน ของ Google เอง ทว่าในมุมมองของนักวิเคราะห์ นี่คือหมากกระดานลึกที่ ซุนดาร์ พิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Alphabet กำลังเดินเกมเพื่อแก้โจทย์ใหญ่สองข้อในคราวเดียว

เมื่อไม่นานมานี้ มีรายงานว่า Google ได้ทำข้อตกลงอัดฉีดเงินสด 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับมูลค่าบริษัท 3.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่เม็ดเงินอีก 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ จะถูกปลดล็อกและจ่ายให้ก็ต่อเมื่อ Anthropic สามารถบรรลุเป้าหมายการดำเนินงานที่ตกลงกันไว้ โครงสร้างดีลลักษณะนี้ช่วยเปิดประตูรับผลตอบแทนมหาศาลในอนาคต ขณะเดียวกันก็จำกัดความเสี่ยงด้านเงินทุนในระยะเริ่มต้นได้อย่างรัดกุม

แต่สิ่งที่สำคัญและเป็นหัวใจหลักของยุทธศาสตร์นี้ คือปริมาณการใช้งานทราฟฟิกของโมเดล คลอดด์ จะถูกส่งผ่านโครงสร้างพื้นฐานของ Google Cloud หากฐานลูกค้าองค์กรเลือกใช้งาน คลอดด์ บนระบบนิเวศของ Google ทาง Google เองก็จะสามารถกอบโกยรายได้จากการให้บริการคลาวด์ได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ แม้ว่าผู้ใช้งานเหล่านั้นจะเลือกใช้โมเดลคู่แข่งแทนที่จะเป็น เจมิไน ก็ตาม ว่ากันง่ายๆ คือ Google ได้วางหมากเพื่อกินรวบผลกำไรทั้งจากในฐานะผู้ถือหุ้นและในฐานะผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน

รางวัลชิ้นใหญ่ที่แท้จริงของการเดิมพันครั้งนี้ อาจอยู่ที่การเข้าควบคุมขุมพลังการประมวลผล รายงานระบุว่าข้อตกลงดังกล่าวครอบคลุมถึงการเชื่อมโยงขุมพลังประมวลผล TPU ขนาด 5 กิกะวัตต์เข้ากับระบบของ Google ในช่วง 5 ปีนับจากนี้ เนื่องจากโมเดลปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงมีความต้องการทรัพยากรชิปและพลังงานไฟฟ้าอย่างมหาศาล การผูกมัด Anthropic เข้ากับสถาปัตยกรรมการประมวลผลของตนเอง จึงเป็นการรับประกันและเสริมความแข็งแกร่งให้กับอุปสงค์ด้านฮาร์ดแวร์และเครือข่ายคลาวด์ของ Google ในระยะยาว

สำหรับกลุ่มลูกค้าองค์กรธุรกิจที่กำลังเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อยอดจาก คลอดด์ ข้อตกลงนี้ยังช่วยลบภาพความกังวลเกี่ยวกับปัญหาซัพพลายการประมวลผลในระยะยาว เพราะบริษัทยักษ์ใหญ่ย่อมต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่มีเสถียรภาพสูงสุดก่อนที่จะกล้าตัดสินใจลงทุนย้ายระบบงานสำคัญเข้าสู่ระบบ

ท้ายที่สุด นักวิเคราะห์ประเมินว่า กลหมากนี้ของ Google อาจไม่ใช่แค่การเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กับคู่แข่งเพื่อหวังผลกำไรทางการเงิน แต่แก่นแท้คือการกุมความได้เปรียบในการควบคุมทิศทางว่า ระบบงานของปัญญาประดิษฐ์ในอนาคตจะต้องรันอยู่บนโครงสร้างพื้นฐานของใคร