xs
xsm
sm
md
lg

SCC เดี้ยง..ทนปิด “ฮอร์มุซ” ไม่ไหว / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



หุ้นบริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC หลังประกาศปิดโรงงาน Long Son Petrochemicals Co., Ltd. ประเทศเวียดนามชั่วคราว เนื่องจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อและมีความไม่แน่นอนสูง

ก่อนหน้า เมื่อวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา SCC รายงานการหยุดเดินโรงงานโอเลฟินส์ชั่วคราวของ บริษัท ระยอง โอเลฟินส์ จำกัด โดยเป็นมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง การจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งอื่นนอกช่องแคบฮอร์มุซมีต้นทุนสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จึงต้องหยุดโรงงานเพื่อรักษาเสถียรภาพในการดำเนินงานและลดผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียให้น้อยที่สุด

Long Son Petrochemicals Co., Ltd. ประเทศเวียดนาม เป็นบริษัทย่อยของ SCC ในกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์ การปิดชั่วคราวในช่วงประมาณกลางเดือนพฤษภาคมนี้ มีผลกระทบต่อต้นทุนโดยประมาณ 250 ล้านบาทต่อเดือน

หุ้น SCC ถูกเทขายทันทีที่เปิดการซื้อขายวันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน โดยมีแรงขายไหลเข้ามาหนาแน่น ทำให้ราคาร่วงลงหนัก ก่อนปิดการซื้อขายที่ราคา 214 บาท ลดลง 19 บาท

ราคาหุ้น SCC เคยลงไปต่ำสุดในรอบหลายปีที่ 125 บาท เนื่องจากผลประกอบการชะลอตัวลง แต่ช่วงสงครามตะวันออกกลางปะทุ ราคาหุ้นไม่ได้ปรับตัวลงรุนแรง แต่กลับขยับขึ้นสวนทางภาวะตลาดรวม จนสามารถสร้างจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 1 ปีได้ ที่ราคาปิด 233 บาท เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

แรงซื้อที่ขับเคลื่อนให้ราคาหุ้น SCC มีความแข็งแกร่งก่อนหน้า มาจากนักลงทุนต่างประเทศที่หวนกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย โดยส่วนหนึ่งซื้อคืนหุ้น SCC เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานดี แนวโน้มผลประกอบการฟื้นตัว

แต่ข่าวการปิดโรงงานโอเลฟินส์ในเวียดนาม เป็นปัจจัยลบที่ทำให้ขาขึ้นรอบใหญ่ของ SCC ต้องสะดุดหยุดลง เพียงแต่นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ไม่ได้ปรับมุมมองหุ้นในแง่ลบมากนัก

ค่า P/E Ratio ของ SCC อยู่ที่ 19 เท่า อัตราเงินปันผลตอบแทน 2.15% โดยผลประกอบการปี 2568 เริ่มฟื้นตัวขึ้น มีกำไรสุทธิ 14,075 ล้านบาท หลังจากปี 2567 ทรุดลงหนัก เหลือเพียง 6,341 ล้านบาท ขณะที่ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 25,914 ล้านบาท

บทวิเคราะห์ของโบรกเกอร์ 16 แห่งที่ออกมาก่อนหน้าการประกาศปิดโรงงานบริษัทย่อยในเวียดนาม ส่วนใหญ่มีคำแนะนำให้ซื้อหุ้น SCC แต่ก็มีหลายแห่งแนะนำให้ขาย โดยราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ 222 บาท แต่บางโบรกเกอร์กำหนดราคาเป้าหมายเพียง 132 บาท ขณะที่บางแห่งตั้งราคาเป้าหมายที่ 260 บาท

อย่างไรก็ตาม การถูกกระทบจากการปิดโรงงานในเวียดนามที่มีต้นทุนเดือนละ 250 ล้านบาท ไม่ได้ทำให้เกิดการปรับประมาณการราคาเป้าหมาย โดยโบรกเกอร์หลายแห่งยังตั้งเป้าไว้เท่าเดิม และคาดว่าผลกระทบจากการขาดวัตถุดิบอาจเกิดขึ้นเพียงระยะสั้น

หากสงครามตะวันออกกลางจบเร็ว ผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุดิบของโรงงานโอเลฟินส์จะเกิดขึ้นอย่างจำกัด และราคาหุ้น SCC ที่ย่อลงแรง ๆ จะเป็นโอกาสดีในการช้อนเก็บ เพราะถ้าไม่มีปัจจัยลบแทรกซ้อน ราคาหุ้นคงไม่ถอยลงลึก

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดในระยะสั้นยังมีความเสี่ยงสูง หุ้นขนาดใหญ่กำลังถูกต่างชาติเทขาย และฉุดให้ดัชนีฯ ดิ่งลงแตะระดับ 1,450 จุด

ดังนั้นจึงอาจไม่จำเป็นต้องรีบร้อนช้อนซื้อ โดยควรรอให้สถานการณ์สงครามมีความชัดเจน และรอให้ต่างชาติปรับพอร์ตจนสะเด็ดน้ำ จึงทยอยช้อนซื้อหุ้นเก็บ

รวมทั้งหุ้น SCC หรือ “ปูนใหญ่” ที่มีข่าวร้ายและถูกทุบขายจนเดี้ยง