นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ราคาทองคำในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มผันผวนรุนแรง จากสถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลาง ที่ก้าวสู่จุดวิกฤตอีกครั้ง เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์ยกระดับการกดดันอิหร่าน โดยขีดเส้นตายให้มีการตอบรับข้อตกลงยุติสงครามภายในวันที่ 22 เมษายนนี้ เวลา 08.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) หากไม่เป็นผล สหรัฐฯ พร้อมโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น โรงไฟฟ้าและสะพาน โดยกล่าวหาอิหร่านละเมิดข้อตกลง หลังเกิดเหตุยิงเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ
ขณะที่อิหร่าน กลับมาปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง พร้อมยันไม่มีการกำหนดวันเจรจารอบใหม่กับสหรัฐฯ และเน้นย้ำว่าการเจรจาต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานกฎหมายระหว่างประเทศ และยังคงยืนกรานว่าจะไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ ตราบใดที่สหรัฐฯ ยังคงมาตรการปิดล้อมทางทะเลอยู่ ซึ่งจากความ ตึงเครียดที่ขยายวงกว้าง ส่งผลให้เรือสินค้ากว่า 20 ลำ ต้องเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือ รวมทั้งมีรายงานของกองกำลัง IRGC ที่เคลื่อนไหวมากขึ้น และท่าทีของสหรัฐฯ ในการเตรียมยึดเรือน้ำมันในน่านน้ำสากล สะท้อนความขัดแย้งได้ย้ายจากโต๊ะเจรจาไปสู่การเผชิญหน้าจริง
"ชี้ชะตา 22 เม.ย. นี้ ทั่วโลกจับตาเส้นตายหยุดยิง จะเจรจาต่อหรือเปิดศึกครั้งใหม่ พร้อมแนะเตรียมรับมือความผันผวนที่จะเขย่าทั้งราคาน้ำมัน ค่าเงินดอลลาร์ และทองคำพร้อมกัน แม้ทองคำจะได้อานิสงส์จากสงคราม แต่ระวังปัจจัยเสี่ยงเงินเฟ้อ ทั้งนี้หากน้ำมันพุ่งแรงอาจบีบให้ Fed คงดอกเบี้ยในระดับสูงไว้นานกว่าที่คาดการณ์ซึ่งจะกลายเป็นแรงกดดันต่อราคาทองคำในระยะถัดไป"
ฝ่ายวิเคราะห์ระบุว่า ภาพรวมระยะสั้นราคาทองคำเริ่มอ่อนแรง หลังไม่สามารถยืนเหนือระดับ $4,860 ได้ สะท้อนถึงแรงซื้อเริ่มชะลอตัวลง โดยมีความเสี่ยงย่อตัวลงทดสอบแนวรับสำคัญบริเวณ $4,785 ซึ่งหากรับไม่อยู่ อาจเปิด Downside ลงไปถึง $4,665/$4,600 อย่างไรก็ตาม หากราคาสามารถพลิกกลับมายืนเหนือ $4,860 ได้อีกครั้ง จะเป็นสัญญาณบวกในการกลับไปลุ้นทดสอบโซน $4,880-$4,935 สำหรับกลยุทธ์ทองคำไทย แนะนำ "แบ่งขายทำกำไร" ที่ระดับ 73,500 / 73,800 บาท และรอจังหวะย่อตัว "ทยอยสะสมใหม่" ที่บริเวณ 72,300 / 71,000 / 70,000 บาท


