xs
xsm
sm
md
lg

หุ้นCPALL-CPAXTร่วงต่อ หวั่น Virtual Bankฉุดขาดทุน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์




  หุ้น "ซีพี ออลล์-ซีพี แอ็กซ์ตร้า" กอดคอร่วงต่อ เสี่ยงกำไรหาย หากนำ   3    บ.ย่อย " เคาน์เตอร์เซอร์วิส - ไทยสมาร์ทคาร์ด และ ซีพี แอ็กซ์ตร้า" เข้า  ACM   Holding   ในธุรกิจการเงินของธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา โบรกฯ คาดหากผู้ถือหุ้น CPALL ไฟเขียว อาจทำ CPALL เสียส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทย่อย หวั่นเสี่ยงผลขาดทุนของ Virtual Bank เป็นเวลา 2–3 ปี


      ราคาหุ้นของ  "บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ  CPALL เช้านี้ (20 เม.ย.69) พบว่าราคาร่วงแตะจุดต่ำสุดที่ 45.25 บาท ลดลง 2.25 บาท คิดเป็น -4.73% จากราคาปิดวันศุกร์ที่ 17 เม.ย.69 อยู่ที่ระดับ 47.50 บาท สุดท้ายราคา CPALL กลับมาปิดการซื้อขายแตะที่ 46.00 บาท ลดลง 1.50 บาท คิดเป็น 3.16% มูลค่าการซื้อขาย 1,829.11 ล้านบาท ขณะที่หุ้น บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT ราคาเปิดร่วงแตะ 15.10 บาท ก่อนไหลลงสู่จุดต่ำสุดที่ 15 บาท หรือปรับตัวลดลงเกือบ 4% จากราคาปิดช่วงสุดสัปดาห์ก่อนที่ 15.70 บาท

       และเมื่อปิดตลาด ราคาหุ้น CPALL อยู่ที่ 46.25 บาท ลดลง 1.25 บาท หรือลดลง 2.63% มูลค่า 2,504.35 ล้านบาท ส่วน CPAXT ปิดที่ 15.20 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 3.18% มูลค่าซื้อขาย 165.01 ล้านบาท

   เนื่องจาก CPALL แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 3/2569 เรื่องและกำหนดการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 พิจารณาอนุมัติในหลักการให้บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด บริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด จำกัด และบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) เข้าไปอยู่ในกลุ่มธุรกิจการเงินของธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ของบริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้งจำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ( ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการรายการนี้จะเข้าข่ายเป็นการทำรายการกับบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน)
 

    ทั้งนี้     ที่ประชุมโดยกรรมการผู้ไม่มีส่วนได้เสียมีมติไม่เห็นด้วยในการให้ทั้ง 3 บริษัทดังกล่าว เข้าไปอยู่ในกลุ่มธุรกิจการเงินของธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา(Virtual Bank) ของ บริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด โดยมีความเห็นสอดคล้องกับความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทฯ ที่เห็นว่า บริษัทย่อยของบริษัทฯ ทั้ง 3 แห่งดังกล่าว มีบทบาทสำคัญและเชื่อมโยงกับธุรกิจหลักของบริษัทฯ อย่างใกล้ชิด โดยเป็นกลไกหลักในการเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขัน สร้างรายได้และสนับสนุนการเติบโตของร้านค้าเซเว่นอีเลฟเว่น การปรับโครงสร้างดังกล่าวอาจก่อให้เกิดข้อจำกัดด้านความคล่องตัว 
 

      ความซับซ้อนด้านกฎเกณฑ์เพราะเข้าข่ายเป็นการทำรายการกับบุคคลที่เกี่ยวโยงกันของบริษัทฯ ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน รวมถึงอาจส่งผลกระทบต่อความเป็นกลางและความสัมพันธ์ทางธุรกิจเมื่อพิจารณาถึงหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ความโปร่งใส ความเป็นอิสระในการดำเนินธุรกิจการบริหารความเสี่ยง และการคุ้มครองประโยชน์ของผู้ถือหุ้นตลอดจนความสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยและประกาศกระทรวงการคลังที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ดี ต้องรอผลการประชุมผู้ถือหุ้นที่จะมีขึ้น 29 พ.ค.2569


      นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) มีความเห็นว่าการที่ บอร์ด CPALL มีมติไม่เห็นด้วยกับการนำ 3 บริษัทย่อย ทั้ง เคาน์เตอร์เซอร์วิส , ไทยสมาร์ทคาร์ด และ ซีพี แอ็กซ์ตร้า เข้าไปอยู่ภายใต้กลุ่มธุรกิจธนาคารไร้สาขาของ CP Group ผ่าน ACM Holding เพราะกังวลว่าการปรับโครงสร้างอาจลดความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจในอนาคต เช่น การร่วมมือกับพันธมิตรที่มีธุรกิจใกล้เคียงกัน และอาจทาให้การอนุมัติกิจกรรมต่างๆ ใช้เวลานานขึ้น ซึ่งข้อเสนอปรับโครงสร้างดังกล่าวมีที่มาจากแนวทางที่ต้องการให้ผู้ได้รับใบอนุญาต Virtual Bank รวบรวมธุรกิจการเงินที่เกี่ยวข้องในเครือไว้ภายใต้กลุ่มบริษัทเดียวกัน

        ทั้งนี้     ต้องรอผลการอนุมัติจากการประชุมผู้ถือหุ้นที่จะมีขึ้นวันที่ 29 พ.ค.นี้  เพื่อโหวตว่าจะอนุมัติให้นำ  3  บริษัทย่อยเข้า ACM Holding หรือไม่

     สำหรับ   ทางเลือกที่ผ่านมติต้องใช้เสียงเห็นชอบไม่น้อยกว่า 75% ของผู้เข้าประชุม โดยไม่รวมเสียงของกลุ่ม CP ซึ่งถือหุ้น 35.9% ณ สิ้นปี 2568 เพราะ CPALL ยังไม่แจ้งสิ่งตอบแทนที่จะได้ คาดจะแจ้งในหนังสือเชิญประชุมต้น พ.ค. และอีกหนึ่งทางเลือกคือหากที่ประชุมไม่อนุมัติ โครงสร้างธุรกิจของ CPALL จะคงเดิมและบริษัทจะไม่ต้องรับรู้ผลขาดทุนในช่วงเริ่มต้นของธุรกิจ Virtual Bank

      
        แม้ประเมินว่าผู้ถือหุ้น CPALL ส่วนใหญ่มีแนวโน้มไม่อนุมัติแผนนี้ เพราะความกังวลเรื่องความคล่องตัวทางธุรกิจ ความเสี่ยงต้องรับรู้ขาดทุนในช่วงแรกของ Virtual Bank ซึ่งอาจใช้เวลา 2–3 ปี และโอกาสสูญเสียส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทย่อย (23% ของกำไร CPALL)

         อย่างไรก็ดี   เมื่อผลโหวตยังไม่ออกมา ประเด็นนี้น่าจะยังเป็น overhang ระยะสั้น ต่อราคาหุ้น CPALL และ CPAXT ดังนั้น แนะนำรอ"ซื้อ" CPALL (ราคาเป้าหมาย 60 บาท) และ "ถือ" CPAXT (ราคาเป้าหมาย 17 บาท)

      นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์   กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด  มองว่า CPALL ถือหุ้น 100% ใน เคาน์เตอร์เซอร์วิส บริการชำระบิลในร้าน 7-Eleven , ถือหุ้น 100% ใน ไทยสมาร์ทคาร์ด บริการระบบชำระเงินและ All Member, ถือหุ้น 59.92% ใน CPAXT ที่เป็นเจ้าของกิจการ Makro และ Lotus ซึ่ง CPAXT และอีก 2 บริษทย่อยของ CPALL สร้างกำไร 23% ( 19% และ 4% ) ของกำไร CPALL รวม ขณะที่ยังไม่ทราบผลตอบแทนที่ CPALL จะได้จากการโอน 3 บ.ย่อยนี้ไป เบื้องต้นประเมินว่าผู้ถือหุ้นไม่น่าจะเห็นด้วยกับมตินี้ ประเด็นนี้น่าจะเป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้น CPALL และ CPAXT จนกว่าจะทราบผลประชุมผู้ถือหุ้น