เคทีซีเผยไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 2,171 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 1,860 ล้านบาท พอร์ตสินเชื่อรวม 107,841 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 0.7% แม้เศรษฐกิจไทยยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก สะท้อนเสถียรภาพของโมเดลธุรกิจ ที่ขับเคลื่อนบนการบริหารพอร์ตลูกหนี้เชิงคุณภาพ การควบคุมความเสี่ยงอย่างรอบคอบ และวินัยทางการเงินอย่างเข้มงวด ควบคู่กับการใช้ข้อมูลเชิงลึกในการดูแลคุณภาพสินทรัพย์ ตอกย้ำแนวทางการเดินเกมยาว เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรอย่างสม่ำเสมอ-เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาว
นางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)(เคทีซี) เผยว่า ในไตรมาส 1 ปี 2569 กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิ 2,171 ล้านบาท เติบโตสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสะท้อนความสามารถในการปรับตัวท่ามกลางสภาวะตลาดที่ท้าทาย โดยเคทีซียังคงดำเนินนโยบายการอนุมัติสินเชื่อโดยให้ความสำคัญกับคุณภาพเป็นหลัก ส่งผลให้พอร์ตลูกหนี้บัตรเครดิตปรับเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ขณะที่อัตราการชำระคืนปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่พอร์ตสินเชื่อบุคคล ยังคงขยายตัวจากทั้งสินเชื่อ ‘เคทีซี พี่เบิ้ม รถแลกเงิน’ และสินเชื่อบัตรกดเงินสด ‘เคทีซี พราว’ ซึ่งสามารถรักษาการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง จากการบริหารจัดการพอร์ตลูกหนี้อย่างมีคุณภาพ และการพัฒนาสิทธิประโยชน์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของสมาชิกอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมสินเชื่อผู้บริโภคในช่วงไตรมาสแรกยังเผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ และความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อของภาคการเงิน แต่กลุ่มบริษัทเคทีซียังคงรักษาส่วนแบ่งตลาดไว้ได้ในทุกผลิตภัณฑ์ โดยในช่วงสองเดือนแรกของปี 2569 บริษัทมีส่วนแบ่งตลาดลูกหนี้บัตรเครดิตอยู่ในระดับเดิมที่ 14.5% และสามารถขยายส่วนแบ่งตลาดของปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเพิ่มขึ้นเป็น 13.4% จาก 13.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดลูกหนี้สินเชื่อบุคคลเพิ่มขึ้นเป็น 4.2% จาก 4.1%
“ปี 2569 ถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลที่มีความเข้มข้นมากขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจยังเผชิญแรงกดดันจากความผันผวนของห่วงโซ่อุปทานและกำลังซื้อภาคครัวเรือน อย่างไรก็ดี เคทีซียังคงมีความยืดหยุ่นและพร้อมปรับตัว โดยมุ่งรักษาคุณภาพสินทรัพย์ ดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบ ภายใต้กรอบการบริหารความเสี่ยงที่ชัดเจน และควบคุมอัตราหนี้ด้อยคุณภาพให้อยู่ในระดับไม่เกินเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยตั้งเป้าการเติบโตของกำไรอย่างต่อเนื่อง พร้อมเป้าการเติบโตของการใช้จ่ายผ่านบัตรที่ 5% และการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อรวมประมาณ 1–2% โดยเชื่อว่ากลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มในระยะยาว”
ทั้งนี้ ข้อมูล ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 กลุ่มบริษัทเคทีซีมีฐานสมาชิกรวม 3,732,625 บัญชี พอร์ตสินเชื่อรวมมีมูลค่า 107,841 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% NPL Ratio ของกลุ่มบริษัทอยู่ที่ 1.93% พอร์ตสมาชิกบัตรเครดิตเท่ากับ 3,019,095 บัตร เพิ่มขึ้น 8.0% เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้บัตรเครดิตและดอกเบี้ยค้างรับรวม 70,443 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.2% ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเท่ากับ 76,800 ล้านบาท ขยายตัว 3.7% NPL Ratio บัตรเครดิตอยู่ที่ 1.12%
ขณะที่พอร์ตสมาชิกสินเชื่อบุคคลรวม 713,530 บัญชี เพิ่มขึ้น 3.4% เงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้สินเชื่อบุคคล และดอกเบี้ยค้างรับรวม 36,012 ล้านบาท เติบโตที่ 3.3% NPL Ratio สินเชื่อบุคคลอยู่ที่ 2.47% สำหรับสินเชื่อลูกหนี้ตามสัญญาเช่ามีมูลค่า 1,387 ล้านบาท ลดลง 29.0% ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของบริษัทที่ได้หยุดการปล่อยสินเชื่อประเภทนี้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2566 โดยปัจจุบันมุ่งเน้นการติดตามหนี้และบริหารจัดการคุณภาพพอร์ตสินเชื่อที่มีอยู่เท่านั้น
ด้านรายได้รวมอยู่ที่ 6,889 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% (YoY) โดยส่วนใหญ่มาจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้น 1.0% จากรายได้ค่าธรรมเนียม interchange และรายได้ค่าธรรมเนียมร้านค้า สำหรับรายได้ดอกเบี้ยในไตรมาสแรกอยู่ที่ 3,993 ล้านบาท อยู่ที่ระดับเดิมเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า หนี้สูญได้รับคืนในไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ที่ 979 ล้านบาท ลดลง 1.8% (YoY) บริษัทยังคงรักษาประสิทธิภาพในการติดตามหนี้ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 6.0% (YoY) อยู่ที่ 4,169 ล้านบาท จากผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง 13.0% จากพอร์ตที่มีคุณภาพดี รวมถึงค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลง 16.1% (YoY) จากต้นทุนเงินกู้ยืมใหม่ที่ต่ำลง รวมถึงความสามารถในการบริหารค่าใช้จ่ายให้ที่อยู่ในระดับใกล้เดิม จึงเป็นผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้รวม (Cost to Income Ratio) ของกลุ่มบริษัทอยู่ที่ 35.0% ลดลงเล็กน้อยจาก 35.1% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการเติบโตของรายได้
กลุ่มบริษัทเคทีซียังมีโครงสร้างเงินทุนที่มั่นคงและมีศักยภาพรองรับการเติบโตในอนาคต และเน้นรักษาวินัยทางการเงินที่ดี สะท้อนจากอัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ในระดับต่ำที่ 1.30 เท่า จาก 1.58 เท่า ในงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยบริษัทมีเงินกู้ยืมรวมทั้งสิ้น 51,518 ล้านบาท สัดส่วนโครงสร้างแหล่งเงินทุนส่วนใหญ่เป็นเงินกู้ยืมระยะยาว 56% และมีเงินกู้ยืมระยะสั้นในสัดส่วน 44% วงเงินกู้ยืมระยะสั้นที่ยังไม่เบิกใช้คงเหลือ (Available Credit Line) ทั้งสิ้น 25,550 ล้านบาท ขณะเดียวกัน บริษัทมีภาระหนี้หุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวที่จะครบกำหนดชำระในช่วงเวลาที่เหลือของปี 2569 จำนวนทั้งสิ้น 15,330 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าบริษัทมีสภาพคล่องที่สูงกว่าภาระหนี้ที่ใกล้ครบกำหนด สะท้อนถึงสถานะสภาพคล่องที่แข็งแกร่งและความเสี่ยงด้านการผิดนัดชำระหนี้ในระยะสั้นที่อยู่ในระดับต่ำมาก
ด้านการช่วยเหลือลูกหนี้ เคทีซียังให้ความร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ดำเนินมาตรการต่อเนื่องในหลายรูปแบบ ทั้งการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม รวมทั้งเข้าร่วมโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” เพื่อสนับสนุนลูกหนี้กลุ่มเปราะบางให้สามารถฟื้นตัวกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติ ต่อด้วยโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ซึ่งเคทีซีจะโอนขายหนี้ที่ไม่มีหลักประกันของลูกหนี้รายย่อยที่ค้างชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยเกินกว่า 90 วัน (NPL) โดยพิจารณาจากสถานะหนี้ ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 รวมทุกผู้ให้บริการทางการเงินและทุกประเภทสินเชื่อไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย ให้กับบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) เพื่อทำการปรับปรุงโครงสร้างหนี้แบบผ่อนปรนและลดภาระหนี้ให้ลูกหนี้ แล้วตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 โดยการดำเนินการตามโครงการฯ ดังกล่าวหรือมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ทั้งหมดข้างต้น จะไม่ส่งผลกระทบที่เป็นนัยสำคัญต่อภาพรวมของผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท รวมถึงได้มีการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญไว้ครบถ้วนแล้ว


