SET ปิดเช้าที่ 1,476.53 จุด ลดลง 13.20 จุด (-0.89%) มูลค่าซื้อขายราว 31,500 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับลงตามภูมิภาคช่วง Wait&see เจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน ขณะที่ราคาน้ำมันกลับขึ้นมาใกล้ 100 เหรียญฯ กดดันเชิงจิตวิทยา บวกกับแรงขายทำกำไรหุ้นใหญ่คาด Fund Flow ไหลออกจากอาเซียนโยกเข้าไต้หวัน-เกาหลี ช่วงบ่ายคาดตลาดแกว่งแดนลบต่อเนื่อง ให้แนวรับ 1,470-1,466 จุด แนวต้าน 1,490-1,500 จุด
ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าที่ 1,476.53 จุด ลดลง 13.20 จุด (-0.89%) มูลค่าซื้อขายราว 31,500 ล้านบาท
การซื้อขายภาคเช้าดัชนีปรับตัวลงแรง โดยทำจุดต่ำสุด 1,472.58 จุด และจุดสูงสุด 1,489.14 จุด
นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุนเอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ชะลอตัวตามตลาดภูมิภาคที่ปรับตัวลงจากความไม่แน่นอนของสงครามตะวันออกลาง จับตาสถานการณ์ในสัปดาห์หน้าคาดว่าจะมีการเจรจาสันติภาพรอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯและอิหร่าน รวมทั้งราคาน้ำมันดิบกลับขึ้นมาใกล้ 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล กดดันเชิง Sentiment
อีกทั้งแรงขาย DELTA ยังคงมีอยู่บ้าง ขณะเดียวกัน เผชิญแรงขายทำกำไรหุ้นใหญ่ โดยเฉพาะ ADVANC TRUE คาดว่า Fund Flow ไหลออกจากตลาดหุ้นอาเซียนโยกไปเข้าตลาดหุ้นไต้หวันและเกาหลีแทน
แนวโน้มตลาดหุ้นช่วงบ่ายน่าจะยังเคลื่อนไหวในแดนลบต่อไป โดยดัชนีน่าจะแกว่งในช่วง 10 จุดบวก/ลบ โดยให้แนวรับ 1,470-1,466 จุด แนวต้าน 1,490-1,500 จุด
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 3,025.06 ล้านบาท ปิดที่ 355.00 บาท ลดลง 13.00 บาท
KTB มูลค่าการซื้อขาย 2,574.54 ล้านบาท ปิดที่ 31.25 บาท ลดลง 0.75 บาท
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,103.89 ล้านบาท ปิดที่ 188.00 บาท ลดลง 1.00 บาท
PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 2,038.31 ล้านบาท ปิดที่ 143.00 บาท ลดลง 1.00 บาท
SCB มูลค่าการซื้อขาย 1,866.32 ล้านบาท ปิดที่ 145.00 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง


