กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เปิดช่องทางยื่นคำร้องออนไลน์เพื่อชดเชยเหยื่อแชร์ลูกโซ่ OneCoin มูลค่าความเสียหายรวมมหาศาลกว่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 1.4 แสนล้านบาท โดยมีเงินกองกลางเพียง 40 ล้านดอลลาร์ฯ ให้ผู้เสียหายนับล้านรายทั่วโลกเข้าไปแบ่งปัน สะท้อนภาพจริงของอัตราการกู้คืนทรัพย์สินในคดีฉ้อโกงคริปโตที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินเพียง 1% ของมูลค่าที่สูญหาย ขณะที่ "ราชินีคริปโต" ยังคงลอยนวลอยู่ในบัญชีหมายจับ
ความหวังริบหรี่ท่ามกลางซากปรักหักพังของอาณาจักรแชร์ลูกโซ่ระดับโลก "OneCoin" กลับมาปรากฏอีกครั้ง เมื่อกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา (DOJ) ได้ประกาศเปิดพอร์ทัลรับคำร้องขอรับค่าชดเชยอย่างเป็นทางการให้แก่ผู้เสียหายจากแผนธุรกิจหลอกลวงมูลค่ามหาศาลถึง 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1.4 แสนล้านบาท) โดยตัวเลขผู้ตกเป็นเหยื่อประมาณการไว้ที่ราว 3.5 ล้านรายทั่วโลก ครอบคลุมถึง 175 ประเทศ ในช่วงปีพ.ศ. 2557 ถึง 2562
พอร์ทัลดังกล่าวซึ่งเปิดดำเนินการแล้วและกำหนดเส้นตายการยื่นคำร้องภายในวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569 นี้ ถือเป็นกลไกการเยียวยาทางกฎหมายที่ดึงเม็ดเงินมาจากกระบวนการริบทรัพย์สินทางอาญาของผู้สมรู้ร่วมคิดคนสำคัญ หนึ่งในนั้นคือ คอนสแตนติน อิกนาโทฟ น้องชายของ "ราชินีคริปโต" รูยา อิกนาโตวา หลังจากที่เขาถูกจับกุมที่ท่าอากาศยานนานาชาติลอสแอนเจลิสเมื่อปีพ.ศ. 2562 และยอมรับสารภาพในข้อหาฉ้อโกงทางโทรคมนาคมและฟอกเงิน
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่สร้างความสะเทือนใจและกลายเป็นบทเรียนราคาแพงให้แก่ตลาดทุนดิจิทัลคือ ความเหลื่อมล้ำระหว่างเม็ดเงินในมือเจ้าหน้าที่กับมูลค่าความเสียหายที่แท้จริง กล่าวคือ แม้ DOJ จะสามารถอายัดและริบทรัพย์สินที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายผู้ต้องหาได้ราว 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1,400 ล้านบาท) เพื่อเตรียมจัดสรรคืนสู่ระบบ แต่เมื่อเทียบกับมูลค่าการฉ้อโกงทั้งหมด 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แล้ว เงินก้อนดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วนเพียงร้อยละ 1 ของยอดเงินที่ถูกโกงไปเท่านั้น
กลไกการทำงานของพอร์ทัลนี้ไม่ได้สวยหรูอย่างที่เหยื่อใฝ่ฝัน เมื่อผู้เสียหายยื่นเอกสารหลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์และมูลค่าการลงทุนที่สูญเสียไป DOJ จะทำการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลกับสำนวนคดีอาญา จากนั้นจึงจะจัดสรรเงินค่าชดเชยตามสัดส่วน (Prorated Basis) นั่นหมายความว่า หากผลรวมของยอดความเสียหายที่ได้รับการตรวจสอบและรับรองจากผู้เสียหายทั้งหมดสูงเกินกว่าเงินกองกลาง 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ซึ่งเกิดขึ้นแน่นอน) ผู้ร้องทุกรายจะได้รับเงินคืนเพียงเสี้ยวเล็กน้อยของจำนวนที่ตนเองเสียไป
ปรากฏการณ์นี้ตอกย้ำความจริงอันโหดร้ายในโลกของอาชญากรรมทางการเงินยุคดิจิทัลว่า การ "ชดใช้" ไม่ใช่การ "ชดใช้คืนเต็มจำนวน" แต่มันคือการปันส่วนจากกองมรดกแห่งการริบทรัพย์ กระบวนการริบทรัพย์สินทางอาญาของ DOJ ในคดีฉ้อโกงที่เกี่ยวข้องกับคริปโตนั้นมีความซับซ้อนและพัฒนาขึ้นอย่างมากในเชิงเทคนิค ทว่ามันยังคงถูกจำกัดด้วยขอบเขตอำนาจรัฐและความสามารถในการติดตามทรัพย์สินที่มักถูกยักย้ายถ่ายเทข้ามพรมแดนไปยังแหล่งหลบภัยทางกฎหมายที่นอกเหนือการเข้าถึงของทางการสหรัฐฯ ช่องว่างระหว่างสิ่งที่ถูกขโมยไปกับสิ่งที่ทางการตามกลับคืนมาได้ คือภาพสะท้อนเชิงโครงสร้างของปัญหาการเยียวยาหลังเกิดเหตุ
ขณะเดียวกัน สถานะของตัวละครเอกในมหากาพย์แชร์ลูกโซ่ครั้งนี้ยังคงเป็นปริศนา คาร์ล เซบาสเตียน กรีนวูด ผู้ร่วมก่อตั้งถูกศาลตัดสินจำคุกเป็นเวลา 20 ปีจากการมีบทบาทสำคัญในการวางแผนลวงโลก ขณะที่มันสมองเบื้องหลังอย่าง รูยา อิกนาโตวา หรือฉายา "ราชินีคริปโต" ซึ่งถูกขึ้นบัญชีหมายจับของ FBI ให้เป็นหนึ่งในสิบผู้ร้ายข้ามแดนที่ต้องการตัวมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2565 นั้น ยังคงลอยนวลอยู่ภายนอกประเทศโดยไร้วี่แววว่าจะถูกนำตัวมาดำเนินคดี
บทสรุปของการเดินทางเพื่อทวงคืนความยุติธรรมของผู้เสียหาย OneCoin จึงไม่ต่างจากการมองเห็นความหวังลิบๆ ผ่านเข็มหมุด "เงิน 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ" เป็นของจริงที่จับต้องได้ แต่เมื่อเปรียบเทียบกับบาดแผลทางเศรษฐกิจมูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มันคือเครื่องยืนยันชั้นดีว่าการลงทุนในสิ่งที่ฟังดูดีเกินจริงมักจะจบลงด้วยการที่เหยื่อต้องกลายเป็นผู้แบกรับภาระความสูญเสียแทบทั้งหมด โดยที่ผู้กระทำผิดระดับแม่บทอาจใช้ชีวิตหรูหราอยู่บนผลประโยชน์ที่ซุกซ่อนไว้จนถึงวันสุดท้ายของชีวิต


