xs
xsm
sm
md
lg

ตลาดคริปโต มี.ค. 69 บิทคอยน์แพ้ทองคำ คนเทรดหดตัวสวนมูลค่าตลาด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ภาพรวมตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเดือนมีนาคม 2569 สะท้อนภาวะความขัดแย้งที่น่าจับตา เมื่อมูลค่าตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นแตะ 2.53 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ปริมาณการซื้อขายกลับหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญกว่าร้อยละ 18.81 ในขณะที่สภาวะตลาดในประเทศไทย แม้มูลค่าการซื้อขายรวมจะเติบโตขึ้นแตะ 6.44 พันล้านบาท ทว่าจำนวนบัญชีที่เคลื่อนไหวจริงหรือบัญชีแอคทีฟกลับดิ่งลงร้อยละ 14.81 เหลือเพียง 1.46 แสนบัญชี ตอกย้ำภาพความระมัดระวังของนักลงทุนรายย่อย นอกจากนี้ ข้อมูลผลตอบแทนย้อนหลังหนึ่งปียังชี้ชัดว่า สินทรัพย์ดั้งเดิมอย่างทองคำและตลาดหุ้น สามารถทำผลงานได้เหนือกว่าบิทคอยน์ที่ยังคงติดลบ สร้างความท้าทายครั้งใหญ่ให้กับผู้ประกอบการศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยที่ต้องเผชิญกับการแข่งขันอันดุเดือดเพื่อแย่งชิงเม็ดเงินที่หดตัวลง

สถานการณ์ตลาดคริปโตระดับโลก

สถานการณ์ตลาดคริปโตระดับโลกในเดือนมีนาคม 2569 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของมูลค่าตามราคาตลาดรวมที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.03 ไปแตะระดับ 2.53 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นของราคาสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำห้าอันดับแรก โดยพี่ใหญ่ของวงการอย่าง บิทคอยน์ มีสัดส่วนการครองตลาดสูงถึงร้อยละ 53.99 ด้วยราคา 2,218,947.42 บาท ปรับตัวบวกขึ้นร้อยละ 7.13 ขณะที่ อีเธอเรียม ครองสัดส่วนร้อยละ 10.04 ด้วยราคา 68,445.11 บาท ทะยานขึ้นถึงร้อยละ 12.66 ส่วนเหรียญอื่นๆ อย่าง เทเธอร์ ไบแนนซ์คอยน์ และ เอ็กซ์อาร์พี ต่างก็เรียงหน้ากระดานปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน ทว่าภายใต้ภาพจำของราคาที่ปรับตัวขึ้น ตัวเลขที่ซ่อนอยู่และสะท้อนความจริงอีกด้านคือ ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่ลดลงอย่างหนักถึงร้อยละ 18.81 เหลือเพียง 1.93 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ปรากฏการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่า แม้ราคาจะปรับฐานสูงขึ้น แต่นักลงทุนกลับเลือกที่จะถือครองสินทรัพย์แทนการเทรดทำกำไรระยะสั้น

ผลตอบแทนที่สูญเสียความน่าดึงดูด

เมื่อนำผลตอบแทนย้อนหลังหนึ่งปีมาเทียบเคียงกับสินทรัพย์ประเภทอื่น จะพบว่าสภาวะความน่าดึงดูดของตลาดคริปโตกำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนัก ข้อมูลชี้ให้เห็นชัดเจนว่า ทองคำ กลายเป็นสินทรัพย์ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยผลตอบแทนสูงถึงร้อยละ 49.45 ตามมาด้วยตลาดหุ้นเกิดใหม่ ตลาดหุ้นไทยที่ปรับบวกร้อยละ 25.05 และตลาดหุ้นเอเชีย

ในขณะที่ผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลนั้น อีเธอเรียม ทำได้ร้อยละ 15.75 ไบแนนซ์คอยน์ บวกเล็กน้อยที่ร้อยละ 2.23 แต่ที่น่าตกใจคือ บิทคอยน์ กลับมีผลตอบแทนติดลบถึงร้อยละ 17.26 ตัวเลขเหล่านี้กลายเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ตอกย้ำว่า คริปโต ในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีผลตอบแทนตามหลังสินทรัพย์ประเภทอื่นอย่างชัดเจน


ตลาดคริปโตไทยกับความท้าทายด้านสภาพคล่อง

หันกลับมามองสมรภูมิในประเทศ ข้อมูลระบุว่า ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลของไทยมีมูลค่าตลาดประมาณ 6.44 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.94 จากเดือนกุมภาพันธ์ 2569 โดยมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 2.03 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.74 ตัวเลขนี้ดูผิวเผินเหมือนจะสดใส แต่เมื่อเจาะลึกถึงโครงสร้างบัญชีนักลงทุน จะพบกับความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ ปัจจุบันตลาดไทยมีมูลค่าทรัพย์สินลูกค้าที่ฝากไว้กับศูนย์ซื้อขายรวม 64,477 ล้านบาท จากจำนวนผู้ลงทุนรวม 3.09 ล้านบัญชี แต่บัญชีที่มีความเคลื่อนไหวจริงในเดือนนั้น หรือที่เรียกว่าบัญชีแอคทีฟ กลับเหลือเพียง 1.46 แสนบัญชี ลดลงร้อยละ 14.81 จากเดือนก่อนหน้า และหากเทียบกับช่วงต้นปี 2567 ที่เคยมีบัญชีแอคทีฟสูงถึง 2.65 แสนบัญชี จะเห็นได้ว่านักลงทุนชาวไทยกำลังชะลอการทำธุรกรรมอย่างต่อเนื่อง

สเตเบิลคอยน์ครองอำนาจสะท้อนพฤติกรรมพักเงิน

โครงสร้างสัดส่วนผู้ลงทุนในไทยยังคงถูกขับเคลื่อนด้วยบุคคลธรรมดาในประเทศเป็นหลักที่ร้อยละ 42 ตามมาด้วยนิติบุคคลต่างประเทศร้อยละ 29 และนิติบุคคลในประเทศร้อยละ 20 ทว่าสิ่งที่สะท้อนพฤติกรรมการลงทุนได้อย่างลึกซึ้งที่สุดคือ เหรียญที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุดห้าอันดับแรกของไทย อันดับหนึ่งตกเป็นของ เทเธอร์ ซึ่งเป็นสเตเบิลคอยน์ ที่มีมูลค่าการซื้อขาย 1,238 ล้านบาท กวาดสัดส่วนการตลาดไปถึงร้อยละ 61 ทิ้งห่าง บิทคอยน์ ที่อยู่ในอันดับสองด้วยมูลค่า 347 ล้านบาท หรือเพียงร้อยละ 17 อย่างเห็นได้ชัด ตามมาด้วย อีเธอเรียม เอ็กซ์อาร์พี และ ไบแนนซ์คอยน์

อย่างไรก็ดีการที่เหรียญสเตเบิลคอยน์ครองตลาดอย่างเบ็ดเสร็จ สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนไทยอาจเน้นใช้ศูนย์ซื้อขายเป็นช่องทางพักเงิน หรือรอดูสถานการณ์ มากกว่าการเก็งกำไรในเหรียญที่มีความผันผวนสูงบนกระดานเทรดไทย

สมรภูมิเดือดของผู้ประกอบการท่ามกลางผู้เล่นที่หดตัว


ในขณะที่ผู้ใช้งานที่แอคทีฟในตลาดมีทิศทางลดลง แต่ฝั่งผู้ให้บริการกลับมีจำนวนหนาแน่นและต้องเผชิญกับการแข่งขันที่เข้มข้น ปัจจุบันมีผู้ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. เป็นจำนวนมาก แบ่งเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล 8 ราย นายหน้าซื้อขาย 15 ราย ผู้ค้า 4 ราย ผู้จัดการเงินทุน 2 ราย ที่ปรึกษาการลงทุน 2 ราย และผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล 2 ราย

นอกจากนี้ยังมีการให้บริการเหรียญคริปโตเป็นจำนวนถึง 662 เหรียญ บทสรุปของการวิเคราะห์สภาวะตลาดในเดือนมีนาคม 2569 ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายอันหนักหน่วงของอุตสาหกรรมคริปโตไทย ผู้ประกอบการต้องเร่งหาทางดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนในภาวะที่ บิทคอยน์ ยังคงให้ผลตอบแทนแพ้ทองคำและตลาดหุ้น ซึ่งถือเป็นโจทย์หินที่ต้องอาศัยทั้งกลยุทธ์ที่เฉียบคมและการสร้างความเชื่อมั่นอย่างเป็นรูปธรรม