การประกาศหยุดยิง 2 สัปดาห์ เพื่อเข้าสู่โต๊ะเจรจายุติสงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน เป็นข่าวดีชิ้นใหญ่ ปลุกให้ตลาดหุ้นทั้งโลกเขียวขจี ดัชนีหุ้นพุ่งทะยานอย่างร้อนแรง พร้อมความคาดหวังนักลงทุนที่เชื่อว่า สงครามตะวันออกกลางที่ดำเนินมาเข้าสู่สัปดาห์ที่ 6 คงจะปิดฉากลงเสียที
ราคาน้ำมันดิบดิ่งลงแรงกว่า 10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดต่ำกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาทองคำพุ่งกลับขึ้นมายืนเหนือ 4,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกสดใส เพราะในช่วง 2 สัปดาห์ต่อจากนี้ จะไม่มีการโจมตีกันระหว่างฝ่ายสหรัฐกับอิหร่าน ทำให้โลกสงบขึ้น และตลาดหุ้นปลอดข่าวร้าย
ตลาดหุ้นไทย แม้อัตราการดีดตัวของดัชนีฯ จะต่ำกว่าตลาดหุ้นเพื่อนบ้านย่านเอเชีย ซึ่งหลายตลาดบวกกันระดับ 5% แต่ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นเพียง 1.41% โดยปิดที่ระดับ 1,485.03 จุด เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
เนื่องจากเมื่อวันอังคารปรับตัวขึ้นไปรับข่าวล่วงหน้าก่อนแล้ว การเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ในวันที่ 10 เมษายนนี้ที่ประเทศปากีสถาน เป็นสิ่งที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังเฝ้าจับตา
แต่มีความเชื่อกันว่า การเจรจาคงไปได้ดี เพราะทั้งสองฝ่ายต่างต้องการหาทางลง ต้องการยุติสงคราม
เพียงแต่นักลงทุนต้องการรอดูความแน่ชัดผลการเจรจา ต้องการให้มั่นใจว่า สงครามตะวันออกกลางปิดฉากแน่ และถึงจุดเริ่มต้นนับหนึ่งสู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจโลกที่กำลังทรุดหนัก
แนวโน้มการลงทุนระยะสั้นเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยดัชนีฯ คงตีฝ่าแนวต้าน กลับขึ้นไปยืนเหนือระดับ 1,500 จุดอีกครั้ง
และถ้าสงครามยุติจริง นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ โบรกเกอร์ทุกสำนัก จะทบทวนมุมมองแนวโน้มตลาดหุ้นปี 2569 ใหม่ พร้อมปรับประมาณการเป้าหมายดัชนีฯ สิ้นปีอีกครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่น่าขยับเป้าสูง 1,500 จุด
นักลงทุนต่างชาติที่พร้อมใจกันเผ่น พากันเทขายหุ้นทิ้ง หลังสงครามตะวันออกกลางปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เริ่มทยอยกลับมาซื้อหุ้นคืนแล้ว
และเมื่อไฟสงครามดับสนิท คงยกทัพใหญ่กลับเข้ามาใหม่ เหมือนเมื่อช่วงต้นปี และจะเป็นกองหนุนสำคัญที่จะกระตุ้นให้บรรยากาศการซื้อขายหุ้นกลับสู่ความคึกคักเต็มรูปแบบ
นักลงทุนรายย่อย ซึ่งแบกทุกข์มาหลายปี มีหุ้นต้นทุนสูงอยู่เต็มพอร์ต ปีนี้มีโอกาสหายแผล และหุ้นที่ช้อนซื้อไว้ในช่วงสงคราม จะมีกำไรงาม
เพียงแต่เมื่อแนวโน้มกลับสู่ขาขึ้น อาจไม่จำเป็นต้องรีบร้อนขายเท่านั้น โดยแข็งใจถือ และรอไปขายแถว 1,500 จุดยังไหว
ประเมินจากสถานการณ์ล่าสุด สงครามตะวันออกกลางคงใกล้จบเต็มที ไม่ยืดเยื้อ และสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจโลกลุกลามบานปลาย เหมือนที่หลายฝ่ายกังวล แต่ต้องรอเวลาการเจรจากันอีกสักนิดเท่านั้น
หุ้นกลุ่มน้ำมัน กลายเป็นหุ้นที่ควรหลีกเลี่ยง เพราะมีความเสี่ยงจากผลกระทบราคาน้ำมันขาลง ขณะที่หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวที่ถูกกดขายหนัก จะเริ่มมีความน่าสนใจ
โดยเฉพาะหุ้นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ เพราะคนไข้ชาวอาหรับจะไหลกลับเข้ามาใช้บริการ ทำให้ผลประกอบการโรงพยาบาลไม่ถูกกระทบมากจนเกินไป
อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นมีความไม่แน่นอน และไฟสงครามยังไม่ดับสนิทเสียทีเดียว
นักลงทุนจึงต้องเผื่อใจไว้สำหรับความเสี่ยง ไม่มองโลกสวยสุดตัว เพราะถ้าการเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านเกิดความพลิกผัน ไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ตลาดหุ้นทั้งโลกจะวุ่นวายอีกครั้ง
การเจรจาครั้งล่าสุดที่กำลังเริ่มต้น นักลงทุนประเมินกันแล้วว่า จะบรรลุเป้าหมายการยุติสงครามอย่างถาวร หุ้นทั่วโลกจึงสดใส และเกือบ 2 สัปดาห์จากนี้ จะเป็นช่วงขาขึ้นของตลาดหุ้น
แต่จะทะลุ 1,500 จุดไปได้ไกลขนาดไหนเท่านั้น


