กรุงศรี คอนซูมเมอร์ เผยธุรกิจบัตรเครดิต-สินเชื่อส่วนบุคคลยังมีแนวโน้มชะลอตัวจากเศรษฐกิจที่ผันผวนและปัจจัยท้าทายต่างๆ ส่งผลให้ผู้บริโภคเพิ่มความระมัดระวังในการใช้จ่าย รวมถึงกลุ่มพรีเมี่ยมเริ่มชะลอใช้จ่ายเช่นกัน โดยตั้งเป้าภายในปี 2569 มียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเพิ่ม 6% ยอดสินเชื่อใหม่เพิ่ม 4% ยอดบัญชีลูกค้าใหม่เพิ่ม 9% และยอดสินเชื่อคงค้างเพิ่ม 3% พร้อมสานต่อ 5 กลยุทธ์หลัก และหันรุกกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นมากขึ้น
นายอธิศ รุจิรวัฒน์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ผู้ให้บริการด้านบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล อันประกอบไปด้วย บัตรเครดิต กรุงศรี, บัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์, บัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน และบัตรเครดิตโลตัส เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยค่อนข้างผันผวน อยู่ในช่วงของการฟื้นตัวที่เปราะบาง โดยปัจจัยกดดันสำคัญมาจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาพลังงาน เงินเฟ้อ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค สำหรับตลาดบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลยังชะลอตัวจากการแข่งขันที่รุนแรงและมาตรการควบคุมของภาครัฐ นอกจากนี้ ในกลุ่มรายได้กลางถึงล่างยังเผชิญกับภาระหนี้ที่อยู่ในระดับสูงและแรงกดดันจากค่าครองชีพ โดยราคาพลังงานที่ผันผวนส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพ เช่น อาหาร การเดินทาง และค่าสาธารณูปโภค ผู้บริโภคจึงต้องจัดลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายเพื่อรักษาสภาพคล่อง
ทั้งนี้ ในปี 2569 ตั้งเป้าหมายยอดใช้จ่ายผ่านบัตร 420,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% ,ยอดสินเชื่อใหม่ 98,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% ,ยอดบัญชีลูกค้าใหม่ 627,000 บัญชี เพิ่มขึ้น 9% และยอดสินเชื่อคงค้าง 147,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3%
สำหรับในไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมียอดบัญชีลูกค้าใหม่ที่ 148,900 บัญชี เพิ่มขึ้น 4.6% ยอดใช้จ่ายบัตรเครดิต 97,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.3% ยอดสินเชื่อใหม่ 23,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.8% และยอดสินเชื่อคงค้าง 134,900 ล้านบาท ลดลง 2.2% โดยในช่วงเดือนแรกของปีการขับเคลื่อนธุรกิจยังได้รับโมเมนตัมที่ดีต่อเนื่องจากปลายปีก่อน แต่พอปลายกุมภาพันธ์ยอดแย่ลงก็เกิดปัญหาตะวันออกกลางซึ่งเริ่มส่งผลต่อเศรษฐกิจและธุรกิจในวงกว้าง และในเดือนมีนาคมกลับมามียอดที่ดีขึ้นแต่จะเป็นในหมวด น้ำมัน คอนวิเนี่ยน สโตร์ หรือหมวดใช้จ่ายสินค้าจำเป็น และในช่วงที่เหลือของปีก็ยังมีความไม่แน่นอนสูง
ด้านทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2569 กรุงศรี คอนซูมเมอร์ จะยังคงเดินตามรอย กลยุทธ์เดิมแต่เพิ่มความเข้มข้นในการดำเนินงานมากขึ้นผ่าน 5 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1. พัฒนาผลิตภัณฑ์หลักให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น 2. ขยายระบบนิเวศพันธมิตรเพื่อขยายธุรกิจ 3. สร้างเสริมนวัตกรรมทางการชำระเงิน 4. ผสานความร่วมมือในเครือกรุงศรีเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ และ 5. พัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพื่อสร้างการเติบโต พร้อมเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้ เพื่อคงความเป็นผู้นำในธุรกิจ โดยยึดความต้องการของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
"ถ้าจะบอกว่าปีที่แล้วเป็นปีที่ท้าทายมาก ปีนี้ก็คงเหมือนนั่งอยู่บนรถไฟเหาะตีลังกา แต่อย่างไรก็ตาม กรุงศรี คอนซูมเมอร์ยังคงเป้าหมายธุรกิจในปีนี้ที่ทำไว้ตั้งแต่ปลายปีก่อน พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป ขณะเดียวกัน ก็ต้องมีการปรับแนวทางให้เข้ากับพฤติกรรมของลูกค้าทึ่เปลี่ยนไป หรือมียอดใช้จ่ายเพิ่มขึ้น อย่างเช่น หมวดสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็น, น้ำมัน เป็นต้น ขณะที่กลุ่มพรีเมียมเห็นภาะยอดใช้จ่ายชะลอลง มีความระมัดระวังมากขึ้น อาทิ หมวดร้านอาหารลดลง 18% แต่หมวดฟาสฟู๊ดเพิ่มขึ้น 9% , Fashion Luxury ชะลอลง 16% ขณะที่ Fast Fashion ทรงตัว หรือกลุ่ม Health care ยอดใช้จ่ายรพ.เอกชนลดลง 5% ขณะที่รพ.รัฐบาลเพิ่มขึ้น 7% เป็นต้น"
ส่วนตัวเลขหนี้ค้างชำระหนี้เกิน 90 วัน(NPL)นั้น ณ สิ้นปีที่ผ่านมาอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าทั้งในส่วนของบัตรเครดิต(1.2%) และสินเชื่อบุคคล(2.3%) โดย ณ ขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณที่แย่ลง ซึ่งส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการผ่อนปรนเกณฑ์อัตราชำระขั้นต่ำบัตรเครดิตให้อยู่ที่ 8% ซึ่งทางผู้ประกอบการเองก็มีแนวทางที่จะขอให้ธปท.ขยายระยะเวลาผ่อนปรนออกไปจนถึงปีหน้าด้วย พร้อมกันนั้น ยังมีแนวทางการปรับโครงสร้างหนี้สำหรับลูกหนี้ที่ไม่สามารถชำระได้ตามเวลาที่กำหนดตามมาตรการเป็นรายกรณีไป


