xs
xsm
sm
md
lg

เกาหลีใต้จัดระเบียบกระดานเทรดคริปโตเดือด! สั่งเช็คยอดทุก 5 นาที อุดรอยรั่ว Bithumb

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สมรภูมิสินทรัพย์ดิจิทัลเกาหลีใต้สั่นสะเทือนครั้งใหญ่ เมื่อหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงิน (FSC) งัดมาตรการขั้นเด็ดขาด สั่งการให้กระดานเทรดคริปโตทั่วประเทศต้องกระทบยอดบัญชีภายในกับสินทรัพย์ที่ถือครองจริงในทุกๆ 5 นาที เพื่ออุดช่องโหว่ระบบระงับการซื้อขายที่หละหลวม หลังเกิดกรณีอื้อฉาวที่ Bithumb โอนบิทคอยน์พลาดมหาศาล ปฏิบัติการล้อมคอกครั้งนี้ยังบีบให้ต้องยกระดับการตรวจสอบบัญชีจากรายไตรมาสเป็นรายเดือน ส่งผลให้แผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของ Bithumb ต้องถูกเลื่อนยาวไปหลังปี 2571 สะท้อนให้เห็นถึงการจัดระเบียบอุตสาหกรรมที่เข้มข้น เพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับคืนมา

หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของเกาหลีใต้ หรือ FSC ได้ออกคำสั่งสายฟ้าแลบเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา บังคับให้กระดานซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลทุกแห่ง ต้องดำเนินการกระทบยอดบัญชีแยกประเภทภายในองค์กร ให้ตรงกับยอดสินทรัพย์ที่ถือครองจริงในทุกๆ 5 นาที คำสั่งนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการประชุมวาระเร่งด่วนร่วมกับผู้บริหารกระดานเทรดชั้นนำและกลุ่มพันธมิตรศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ DAXA หลังการตรวจสอบฉุกเฉินพบจุดอ่อนร้ายแรงในระบบควบคุมภายใน ซึ่งเชื่อมโยงสาเหตุมาจากวิกฤตการจ่ายเงินผิดพลาดของกระดานเทรด Bithumb

นอกจากมาตรการตรวจสอบราย 5 นาทีแล้ว ทางการยังสั่งยกระดับความเข้มข้นของการตรวจสอบบัญชีโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตภายนอก จากเดิมที่กำหนดไว้เป็นรายไตรมาส ให้เพิ่มความถี่เป็นรายเดือน ควบคู่ไปกับการขยายขอบเขตการเปิดเผยข้อมูล ที่ต้องระบุรายละเอียดของยอดคงเหลือสินทรัพย์แยกตามกระเป๋าเงินดิจิทัลและบัญชีแยกประเภทอย่างโปร่งใส โดย FSC และ DAXA มีกำหนดการที่จะผลักดันการแก้ไขกฎระเบียบที่จำเป็น เพื่อรองรับมาตรการยกระดับความปลอดภัยเหล่านี้ให้เสร็จสิ้นภายในเดือนเมษายนของปีนี้

มูลเหตุสำคัญที่นำมาสู่การจัดระเบียบครั้งประวัติศาสตร์ คือการตรวจสอบพบว่า 3 ใน 5 กระดานเทรดคริปโตระดับแนวหน้าของประเทศ มีรอบการกระทบยอดบัญชีเพียงวันละ 1 ครั้ง หรือทุกๆ 24 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่จำกัดขีดความสามารถในการรับมือกับความผิดปกติได้อย่างทันท่วงที ยิ่งไปกว่านั้น ระบบที่ถูกออกแบบมาเพื่อระงับการซื้อขายโดยอัตโนมัติเมื่อพบข้อมูลที่ขัดแย้งกันอย่างมีนัยสำคัญ ก็ยังถูกประเมินว่าต่ำกว่ามาตรฐาน สร้างความกังวลอย่างหนักต่อศักยภาพของกระดานเทรดในการจัดการกับข้อผิดพลาดทางระบบสเกลใหญ่

ความหละหลวมดังกล่าวสะท้อนภาพชัดเจนในเหตุการณ์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เมื่อ Bithumb กระทำการผิดพลาดครั้งใหญ่ด้วยการส่งบิทคอยน์จำนวนมากถึง 620,000 เหรียญ ให้กับผู้ใช้งาน 249 ราย ในช่วงการจัดแคมเปญส่งเสริมการขาย แม้ในเวลาต่อมาทางกระดานเทรดจะออกแถลงการณ์ว่าสามารถกู้คืนเม็ดเงินกลับมาได้ถึงร้อยละ 99.7 ภายในวันเดียวกัน แต่สำหรับยอดที่เหลืออีกร้อยละ 0.3 หรือคิดเป็น 1,788 บิทคอยน์ ที่ถูกผู้ใช้งานเทขายออกไปแล้วนั้น ทางบริษัทจำต้องควักกระเป๋านำเงินทุนสำรองของตนเองมาชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น

อันดับความนิยมเว็บเทรดคริปโตของเกาหลีใต้ ที่มา: CoinGecko
ผลพวงจากความปั่นป่วนทางระบบและแรงกดดันด้านกฎระเบียบที่ถาโถม ส่งผลกระทบโดยตรงต่อยุทธศาสตร์องค์กรของ Bithumb ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางบริษัทได้ประกาศเลื่อนแผนการเสนอขายหุ้นใหม่แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก หรือ IPO ออกไปเป็นช่วงหลังปี 2571 ซึ่งถือเป็นการเลื่อนแผนงานอีกครั้งจากเดิมที่เคยตั้งเป้าไว้ในปี 2568 โดย Bithumb ให้เหตุผลว่าจะต้องมุ่งเน้นไปที่การปรับโครงสร้างองค์กร เสริมความแข็งแกร่งของนโยบายทางบัญชี และยกระดับการควบคุมภายในไปจนถึงปี 2570 ภายใต้ข้อตกลงการเป็นที่ปรึกษากับสถาบันระดับโลกอย่าง Samjong KPMG

ในขณะเดียวกัน ความล่าช้าทางธุรกิจไม่ได้เกิดขึ้นกับ Bithumb เพียงรายเดียว บริษัท Naver Financial ก็ได้ตัดสินใจเลื่อนแผนการทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนหุ้นกับบริษัท Dunamu ออกไปอีกประมาณ 3 เดือน โดยตั้งเป้าหมายใหม่ในการจัดประชุมลงมติของผู้ถือหุ้นในวันที่ 18 สิงหาคม และคาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายนนี้

ภายใต้มาตรการใหม่ที่บังคับใช้ กระดานเทรดทุกแห่งในเกาหลีใต้จะต้องติดตั้งระบบกระทบยอดบัญชีอัตโนมัติระหว่างบัญชีแยกประเภทและกระเป๋าเงินดิจิทัล ให้ทำงานเป็นรอบทุกๆ 5 นาที พร้อมทั้งต้องกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในการกระตุ้นระบบระงับการทำธุรกรรมแบบอัตโนมัติ ทันทีที่ตรวจพบความคลาดเคลื่อนที่ผิดปกติอย่างมีนัยสำคัญ

นอกเหนือจากการกระทบยอดบัญชี หน่วยงานกำกับดูแลยังเดินหน้าผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของการดำเนินงานภายในอย่างถอนรากถอนโคน กระบวนการที่มีความเสี่ยงสูง เช่น การจ่ายเงินรางวัลจากแคมเปญโปรโมชัน จะต้องถูกกำกับดูแลอย่างเข้มงวดมากขึ้น โดยต้องผ่านกลไกการตรวจสอบข้ามหน่วยงานจากบุคคลที่สาม และระบบการอนุมัติแบบหลายลำดับขั้น

นอกจากนี้ กระดานเทรดจะต้องแยกบัญชีที่มีความเสี่ยงสูงออกจากระบบปกติ และบังคับใช้เครื่องมือตรวจสอบความถูกต้องของการชำระเงินแบบอัตโนมัติ เพื่อปิดตายทุกช่องโหว่และยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมคริปโตของเกาหลีใต้ให้มีความรัดกุมและปลอดภัยสูงสุด