xs
xsm
sm
md
lg

"บังโต" อ้างเอปสตีนร่วมก่อตั้งบิทคอยน์ ฟังแล้วโคตรเร้าใจ แต่หลักฐานที่ว่าอยู่ไหน?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



วีรชน ศรัทธายิ่ง หรือ "บังโต" อดีตนักร้องดัง Silly Fool ผู้ผันตัวสู่โลกธุรกิจขายเนื้อฮาลาล (Halal Meat) ครบวงจรทั้งวัตถุดิบและอาหารพร้อมทาน จุดกระแสถกเถียงในโลกออนไลน์ด้วยการอ้างว่า "เจฟฟรีย์ เอปสตีน" อาชญากรคดีค้ามนุษย์และจัดหาผู้เยาว์เพื่อให้บริการทางเพศแก่ผู้นำในแวดวงคนยดังระดับโลก คือ 1 ใน 5 บุคคลเบื้องหลังการสร้างระบบบิทคอยน์ พร้อมออกคำเตือนให้ผู้ฟังเตรียมรับมือกับ "หายนะ" ที่กำลังจะมาถึง ทว่าเมื่อกลั่นกรองข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน กลับพบว่าข้อกล่าวอ้างดังกล่าวยืนอยู่บนฐานของข่าวลือและการเชื่อมโยงทางการเงินที่ห่างไกลจากคำว่า "หลักฐาน" อย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่ปริศนาอัตลักษณ์ของ ซาโตชิ นากาโมโตะ ผู้ให้กำเนิดบิทคอยน์ ยังคงเป็นโจทย์ที่ไร้คำตอบมาเกือบสองทศวรรษ

ในรายการ YouTube ที่บันทึกเทปเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 นายวีรชน ศรัทธายิ่ง หรือ "บังโต" อดีตนักร้องชื่อดังผู้ผันตัวมาเป็นนักธุรกิจ ได้กล่าวอ้างในนาทีที่ 39.33 ของคลิปว่า เจฟฟรีย์ เอปสตีน อาชญากรชื่อดังที่ถูกดำเนินคดีในข้อหาค้ามนุษย์ทางเพศ คือ "หนึ่งในห้าผู้ร่วมสร้างระบบบิทคอยน์" และยังเตือนผู้ฟังให้ "เตรียมรอรับหายนะ" เพราะระบบบิทคอยน์มีความเชื่อมโยงกับอาชญากรผู้มีเส้นสายระดับโลกอย่างเอปสตีน

คำกล่าวดังกล่าวจุดประกายความสนใจในโลกโซเชียลไทยทันที โดยเฉพาะในหมู่ผู้ติดตามข่าวคริปโตและทฤษฎีสมคบคิด

อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด ยังไม่มีหลักฐานใดยืนยันว่า เอปสตีน มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างบิทคอยน์แต่อย่างใด

บังโต มีหลักฐานอะไรมายืนยันข้อเท็จจริงนี้?

เป็นเรื่องจริงที่ชื่อของ เอปสตีน เคยปรากฏในวงการเทคโนโลยีมาก่อน โดยมีรายงานว่าเขาเคยแสดงความสนใจลงทุนใน Coinbase แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตรายใหญ่ของสหรัฐอเมริกา รวมถึงสนับสนุนเงินทุนให้สถาบันวิจัยเทคโนโลยีหลายแห่ง และมีข่าวลือว่าเคยพยายามติดต่อกับ ซาโตชิ นากาโมโตะ ด้วย

นอกจากนี้ Blockstream บริษัทพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานบิทคอยน์ที่มี อดัม แบค ดำรงตำแหน่ง CEO ยังเคยได้รับเงินสนับสนุนจาก เอปสตีน ในช่วงระยะเวลาสั้นอีกด้วย ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ทฤษฎีนี้ดูน่าสนใจขึ้นมาในสายตาของผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับวงการ

ทว่าการมีความสัมพันธ์ทางการเงินกับบริษัทหรือนักวิจัยในอุตสาหกรรม มิได้มีความหมายเท่ากับการเป็นหนึ่งในผู้สร้างระบบบิทคอยน์ ทั้งสองสิ่งนี้ห่างกันคนละโลก

ถ้าซาโตชิคือ "กลุ่มคน" จริง แล้วคนที่เหลือนั้นเป็นใคร?

ทฤษฎีที่ว่า ซาโตชิ นากาโมโตะ อาจมิใช่บุคคลคนเดียวแต่เป็นกลุ่มคนที่ใช้นามแฝงร่วมกันนั้น มีอยู่ในวงการคริปโตมาอย่างยาวนาน โดยชื่อที่มักถูกหยิบยกขึ้นมาบ่อยที่สุดประกอบด้วย

1. Hal Finney นักเข้ารหัสลับระดับโลก ผู้รับธุรกรรมบิทคอยน์รายแรกในประวัติศาสตร์ที่ส่งตรงมาจากซาโตชิเอง เขาเป็นสมาชิกกลุ่ม Cypherpunks นักเคลื่อนไหวที่ใช้การเข้ารหัสเพื่อพิทักษ์สิทธิความเป็นส่วนตัว และโดยบังเอิญเขายังเป็นบุคคลที่สื่อมวลชนเคยกล่าวหาอย่างผิดพลาดว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังบิทคอยน์

2.Nick Szabo นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ผู้คิดค้น BitGold ระบบสกุลเงินดิจิทัลต้นแบบที่มีความใกล้เคียงกับบิทคอยน์มากที่สุด สไตล์การเขียนและคำศัพท์เทคนิคของเขาสอดคล้องกับ Bitcoin Whitepaper เอกสารแนะนำระบบบิทคอยน์อย่างน่าประหลาดใจ อีกทั้งยังเป็นผู้บุกเบิกแนวคิด Smart Contracts หรือสัญญาอัจฉริยะ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของเทคโนโลยีบล็อกเชน

3.Adam Back ผู้ประดิษฐ์ระบบ Hashcash ซึ่งเป็น Proof-of-Work กระบวนการพิสูจน์ความถูกต้องของธุรกรรมที่บิทคอยน์ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน และเป็นหนึ่งในสองบุคคลแรกที่ซาโตชิติดต่อหาเมื่อเริ่มสร้างบิทคอยน์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง CEO ของ Blockstream บริษัทที่เคยรับเงินสนับสนุนระยะสั้นจาก เอปสตีน ดังที่กล่าวแล้ว

4.Len Sassaman นักเข้ารหัสลับชื่อดัง ผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีระบบ P2P หรือการแบ่งปันข้อมูลระหว่างผู้ใช้โดยตรงโดยไม่ผ่านเซิร์ฟเวอร์กลาง และระบบเข้ารหัสลับที่บิทคอยน์ใช้งาน เขาเสียชีวิตในเดือนกรกฎาคม 2554 เพียงไม่กี่เดือนหลังจากข้อความสุดท้ายของซาโตชิปรากฏต่อสาธารณะ และมีข้อความไว้อาลัยเขาถูกบันทึกไว้ในบล็อกเชนของบิทคอยน์ด้วย

ข้อเท็จจริง ปะทะ ทฤษฎีสมคบคิด

แม้ความเชื่อมโยงเหล่านี้จะฟังดูน่าสนใจในเชิงสืบสวน แต่จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีหลักฐานเชิงเทคนิคหรือเอกสารใดที่พิสูจน์ได้ว่า เอปสตีน มีส่วนร่วมในการเขียนโค้ด ออกแบบโปรโตคอล หรือวางโครงสร้างเครือข่ายบิทคอยน์ไม่ว่าในฐานะใดก็ตาม

การที่บุคคลหนึ่งมีความสัมพันธ์ทางการเงินกับนักวิจัยหรือบริษัทในวงการ ไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะสรุปว่าเขาคือผู้สร้างระบบนั้น ตรรกะดังกล่าวเป็นการกระโดดข้ามช่องว่างของหลักฐานที่กว้างเกินไปจนยากจะยอมรับได้ในเชิงวิชาการ

ทฤษฎีที่ว่า ซาโตชิ นากาโมโตะ คือกลุ่มคนมากกว่าหนึ่งบุคคล ยังคงมีความน่าสนใจในแวดวงวิชาการ และชื่อของ ฮาล ฟินนีย์, นิก ซาโบ, อดัม แบค และ เลน แซสซาแมน ล้วนมีรากฐานทางเทคนิคที่แข็งแกร่งพอจะอยู่ในบทถกเถียงนั้น แต่การนำชื่อ เอปสตีน เข้ามาโดยอิงเพียงความสัมพันธ์ทางการเงินและข่าวลือ คือการสร้างข้อสรุปที่ขาดหลักฐานรองรับอย่างสิ้นเชิง

สิ่งที่ควรตั้งคำถามอย่างจริงจังยิ่งกว่า คือเหตุใดปริศนาอัตลักษณ์ของซาโตชิจึงยังคงดึงดูดความสนใจสาธารณะได้อย่างต่อเนื่อง แม้จะผ่านมาเกือบสองทศวรรษแล้ว คำตอบอาจบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับความยิ่งใหญ่ของสิ่งที่ซาโตชิสร้างขึ้น ไม่ว่าเขาจะเป็นใครก็ตาม