xs
xsm
sm
md
lg

PEER เปลี่ยนชื่อ..พฤติกรรมเทาๆไม่เปลี่ยน / สุนันท์ ศรีจันทรา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



บริษัท เพียร์ ฟอร์ ยู จำกัด(มหาชน) หรือPEER หุ้นร้อนในอดีต และกำลังตกอยู่ในสภาพหุ้นตายซาก ถูกตลาดหลักทรัพย์ฯ สั่งให้ชี้แจงข้อมูลในงบการเงินปี 2568 เกี่ยวกับธุรกรรมอันต้องสงสัยในความไม่โปร่งใส ตอกย้ำพฤติกรรมที่อาจทำให้นักลงทุนได้รับความเสียหายซ้ำรอยอดีต

ตลาดหลักทรัพย์ ฯ สั่งให้ PEER ชี้แจงข้อมูลในงบการเงินปี 2568 ภายในวันที่ 9 เมษายนนี้ โดยผู้สอบบัญชีมีข้อสังเกตกรณีธุรกิจที่บริษัทลงทุนในปี 2567 ซึ่งปี 2568 บริษัทบันทึกด้อยค่าค่าความนิยมเพิ่มเติม และด้อยค่าสินทรัพย์ไม่มีตัวตน รวม 278 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 71% ของขาดทุนสุทธิรวมของบริษัท และเป็นสาเหตุสำคัญทำให้บริษัทขาดทุนสุทธิ 393 ล้านบาท

นอกจากนั้นยังปรากฏข้อมูลสำคัญในงบการเงิน ซึ่งอาจกระทบต่อฐานะการเงิน ผลการดำเนินงาน และการประกอบธุรกิจของบริษัท สำหรับความเห็นของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบ ขอให้ชี้แจงภายในวันที่ 17 เมษายน 2569 และขอให้ผู้ลงทุนศึกษาข้อมูลงบการเงินและติดตามคำชี้แจงของบริษัท

PEER มีผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่องติดต่อกันมากกว่า 3 ปี ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นน้อยกว่า 100% ของทุนชำระแล้ว โดยบริษัทชี้แจงว่า ปี 2568 กลุ่มบริษัท มีผลขาดทุนสุทธิ 393 ล้านบาท เนื่องจากขาดทุนจากการด้อยค่าค่าความนิยมและด้อยค่าสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ซึ่งรายการเกิดจากเงินลงทุนที่บริษัทซื้อในปี 2567 ในระหว่างปี 2567- 2568

รวมทั้งการนำเงินที่ได้รับชำระหนี้จากบริษัท เนชั่น กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ NATION จำนวน 111 ล้านบาท และในวันเดียวกันนำเงินที่ได้รับคืนทั้งจำนวนไปลงทุนต่อในหุ้น NATION ทำให้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 5% เป็น 19%

ในงบการเงินไตรมาสที่ 3 ปี 2568 NATION มีส่วนผู้ถือหุ้นต่ำกว่าศูนย์ 118 ล้านบาท และงบการเงินปี 2568 มีส่วนผู้ถือหุ้น 102 ล้านบาท

ตลาดหลักทรัพย์ ฯ ขอให้ PEER ชี้แจงข้อมูลภาพรวมการประกอบธุรกิจ ความสมเหตุสมผลในการพิจารณาดำเนินการแต่ละรายการเช่น รายการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ และรายการที่เกี่ยวโยงกัน รวมถึงประโยชน์ ที่บริษัทจะได้รับและผลกระทบต่อสภาพคล่องของบริษัท รวมทั้งการนำเงินที่ได้รับจากการชำระหนี้ทั้งจำนวน 111 ล้านบาท ไปลงทุนในหุ้น NATION

รายการลงทุนซื้อหุ้นบริษัทอื่น รวมทั้งหุ้น NATION เป็นธุรกรรมที่ชุลมุน และมีคำถามที่น่าสงสัยมากมายในการตัดสินใจของฝ่ายบริหารบริษัทฯ ซึ่งนำมาด้วยความสูญเสียของผู้ถือหุ้น PEER โดยเฉพาะผู้ถือหุ้นรายย่อยจำนวนกว่า 6,000 ราย

PEER เปลี่ยนชื่อมาจาก บริษัท วันทูวัน คอนแทคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ OTO เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งเป็นหุ้นที่มีพฤติกรรมการสร้างราคาคา ต่อมาเดือนธันวาคมปี 2568 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ประกาศกล่าวโทษผู้บริหารบริษัทฯพร้อมพวกรวม 18 ราย ในความผิดสร้างราคาหุ้น จนเกิดการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริษัท ฯ

ผู้ถือหุ้นใหญ่ PEER คือ บริษัท อควา คอร์เปอเรขั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AQUA โดยถือหุ้นในสัดส่วน 24.80% ของทุนจดทะเบียน

ทั้ง 3 บริษัทที่โยงใยกันประกอยด้วย AQUA NATION และ PEER มีสิ่งที่คล้ายกันคือ ผลประกอบการที่ย่ำแย่ ขาดทุนหนักต่อเนื่องหลายปีติดต่อ หุ้นตกอยู่ในสภาพตายซาก นักลงทุนรายย่อยติดดอยกันหมด และมองๆไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัว

ธุรกรรมการลงทุนอันต้องสงสัยในความไม่โปร่งใส จนถูกตลาดหลักทรัพย์ ฯ สั่งชี้แจงข้อมูลการทำธุรกรรมที่สร้างความเสียหายให้ผู้ถือหุ้น เป็นสัญญาณเตือนว่า อย่าเข้าไปเล่นกับ PEER และอาจรวมถึงหุ้นที่โยงใยกัน

ในรอบหลายปีที่ผ่านมา ธุรกรรมอันต้องสงสัย เข้าข่ายการผ่องถ่าย ไซฟ่อนเงินออกจากบริษัทจดทะเบียน เกิดขึ้นหลายสิบกรณี และ ก.ล.ต.หรือตลาดหลักทรัพย์ ทำได้เพียงสั่งให้ผู้บริหารและคณะกรรมการบริษัท ฯ ชี้แจงข้อมูลการทำธุรกรรมเท่านั้น

แต่ไม่อาจยับยั้ง หยุด หรือป้องกันไม่ให้เกิดธุรกรรมที่เข้าข่ายการปล้นนักลงทุนได้ ธุรกรรมการซื้อหุ้นบริษัทอื่นของ PEER ในสายตาสาธารณชนเห็นว่า ไม่น่าจะโปร่งใส แต่คงไม่มีผู้บริหารหรือกรรมการบริษัทคนใดต้องรับผิด

มีแต่ผู้ถือหุ้นรายย่อย PEER กว่า 6 พันรายที่ต้องรับกรรมเท่านั้น