xs
xsm
sm
md
lg

คลัง-สภาพัฒน์ เร่งประเมินผลกระทบ ศก. จ่อออกมาตรการช่วยเหลือ หลังพิษสงครามส่อยืดเยื้อ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างเร่งหารือกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เพื่อประเมินฉากทัศน์ (Scenario) ผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยในมิติต่าง ๆ และผลกระทบกับทุกฝ่าย เพื่อใช้เตรียมความพร้อมในการออกมาตรการให้ความช่วยเหลือประชาชน และภาคธุรกิจในระยะต่อจากนี้

โดยยอมรับว่า ฉากทัศน์ที่อยู่ระหว่างการประเมินนี้ เป็นสถานการณ์ความขัดแย้งที่ลากยาวเกินกว่า 1 เดือน ซึ่งในรายละเอียดที่จะต้องพิจารณา คือ ความร้ายแรงของแต่ละมิติ ที่ต้องพิจารณาร่วมกันกับทุกหน่วยงานอย่างจริงจัง เพราะในหลายตัวแปรที่เกิดขึ้นขณะนี้ ล้วนมีผลต่อภาพรวมการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ทั้งสิ้น

"เรากำลังดูข้อมูลทุกเรื่องอยู่ ดูแม้กระทั่งว่าในแต่ละกลุ่มธุรกิจจะได้รับผลกระทบอย่างไร ประมาณไหน ซึ่งขณะนี้สถานการณ์ก็อย่างที่ทุกคนทราบว่าเดาได้ยากมาก จึงต้องเตรียมฉากทัศน์ไว้ ตอนนี้ทีมงานของกระทรวงการคลัง โดย สศค. ทีมงานของสภาพัฒน์กำลังทำงานด้วยกันอย่างเต็มที่ และยังหารือกับทีมงานของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ด้วย" นายวินิจ กล่าว
พร้อมคาดว่า ในช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 จะมีการประชุมคณะทำงานที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ (Inflation Targeting) ซึ่งประกอบด้วย 4 หน่วยงาน ได้แก่ สศค., สภาพัฒน์, ธปท. และสำนักงบประมาณ เพื่อหารือเกี่ยวกับแผนงานในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาพรวมอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนหน้านี้ ที่กำหนดว่าจะต้องมีการประเมินทุก ๆ 4 เดือน โดยขณะนี้ยังรอความชัดเจนของตัวเลขเงินเฟ้อในเดือน มี.ค.69 หลังจากนั้นก็จะมีการรายงานให้ ครม. รับทราบต่อไป

สำหรับข้อสังเกตว่าอัตราเงินเฟ้อเริ่มมีทิศทางเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเป็นผลกระทบจากสงครามนั้น ผู้อำนวยการ สศค. ระบุว่า เรื่องนี้ต้องไปพิจารณาให้ชัดเจนว่าปัจจัยแท้จริงที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นมาจากอะไร ซึ่งหากอัตราเงินเฟ้อที่เริ่มกลับเข้ากรอบเป้าหมาย แต่มีปัญหาเรื่องอื่นตามมา เช่น ถึงจุดที่ทำให้การบริโภคในประเทศเปลี่ยนไป ก็จะไม่มีผลดี แต่หากภาพอัตราเงินเฟ้อที่ขยับเพิ่มขึ้น แต่สถานการณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการบริโภคหรืออื่น ๆ ยังเหมือนเดิม ก็ถือเป็นเรื่องปกติ

"ดังนั้น จึงยังเป็นเรื่องที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องนำข้อมูล ข้อเท็จจริงมาคุยกัน ซึ่งเหล่านี้ ก็จะเป็นหนึ่งในตัวเลขสำคัญที่ถูกนำมาประเมินไว้ในฉากทัศน์ที่กำลังดำเนินการด้วย ว่าฉากทัศน์นี้จะสั้น ยาว จะมีผลกระทบไปทางไหน" ผู้อำนวยการ สศค. กล่าว

ส่วนความกังวลของภาคเอกชน ว่าเศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะ Stagflation (เศรษฐกิจโตต่ำ แต่เงินเฟ้อสูง) นั้น นายวินิจ ยืนยันว่า ขณะนี้ทีมงานกำลังพิจารณารายละเอียด ซึ่งสภาพัฒน์เองจะมีเครื่องมือที่ทำร่วมกัน โดยจะเป็นการประเมินข้อมูลจากทุกด้าน แต่มองว่าในระยะนี้จำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญในการรับมือผลกระทบของวิกฤติพลังงานที่เกิดขึ้นก่อน หลังจากนั้น เชื่อว่าจะเห็นความชัดเจนของตัวเลขเศรษฐกิจต่าง ๆ ออกมาแน่นอน หน่วยงานที่รับผิดชอบจะได้มีการวางแผนรับมือในมิติอื่นได้อย่างถูกต้องมากขึ้น ซึ่งการทำงานจะเป็นการพิจารณาทั้งระบบอยู่แล้ว