พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์” เร่งเกมรุกปี 69 ปั้นรายได้ต่อเนื่อง ผ่าน2ธุรกิจหลัง คลังสินค้า–นิคมอุตสาหกรรม ชู BFTZ 4 อัตราเช่าทะลุ 90% เดินหน้าลงทุนใหม่ 1,500 ล้านบาท พร้อมจ่อขายทรัพย์เข้ากอง PROSPECT REIT กว่า 5,040 ล้านบาท เสริมสภาพคล่อง–ปูทางโตยั่งยืน
นางสาวรัชนี มหัตเดชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด หรือ PD ในเครือ บมจ.มั่นคงเคหะการ กล่าวว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้รวม 1,225 ล้านบาท เติบโต 67.6% และมีกำไรขั้นต้น 658.6 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 196% สำหรับในปี 2569 บริษัทยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตระลอกใหม่ ผ่าน 2 ธุรกิจหลัก คือ คลังสินค้า–โรงงานให้เช่า และ นิคมอุตสาหกรรม ควบคู่กับการขายทรัพย์สินเข้ากองทรัสต์ เพื่อสร้างรายได้ที่ต่อเนื่อง และเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้ารักษาอัตราการเช่าไม่ต่ำกว่า 90% พร้อมเซ็นสัญญากับผู้เช่าใหม่เพิ่มอีกประมาณ 150,000 ตารางเมตร ซึ่งจะเป็นการสร้างรายได้ประจำที่ต่อเนื่อง โดยรายได้ในปีนี้จะมาจาก 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่
1.รายได้ค่าเช่าจากพอร์ตคลังสินค้าและโรงงานที่มีอัตราการเช่าสูงต่อเนื่อง 2. การขายทรัพย์สินเข้ากองทรัสต์ PROSPECT REIT โดยในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ คาดว่าจะนำทรัพย์สินโครงการ BFTZ 4 บางปะกง เข้ากองทรัสต์ PROSPECT REIT มูลค่ารวมไม่เกิน 5,040 ล้านบาท พื้นที่ให้เช่ารวมประมาณ 187,949 ตารางเมตร ซึ่ง PD จะยังคงบทบาทสำคัญในการเป็นผู้บริหารจัดการทรัพย์สิน เพื่อดูแลและบริหารผู้เช่าอย่างต่อเนื่องเช่นเดิม
“ไฮไลต์สำคัญในปี 2569 คือการรับรู้รายได้เต็มปีจากโครงการ BFTZ 4 บางปะกง ซึ่งปัจจุบันมีอัตราการเช่ากว่า 90% และเป็น Free Zone ขนาดใหญ่เชื่อมต่อท่าเรือ–สนามบิน โครงการดังกล่าวมีพื้นที่รวมประมาณ 190,000 ตารางเมตร และถือเป็น “Flagship” ที่สร้างกระแสเงินสดทันที รวมถึงเป็นสินทรัพย์หลักที่จะนำเข้ากอง REIT เพื่อปลดล็อกมูลค่าและเพิ่มศักยภาพการลงทุน”
3.การขยายโครงการใหม่เพื่อเพิ่มพื้นที่เช่าใหม่ต่อเนื่อง โดย PD จะเดินหน้าลงทุนโครงการใหม่3 โครงการมูลค่าลงทุนกว่า 1,500 ล้านบาท เพื่อสร้างให้เกิดความต่อเนื่องด้านรายได้ให้กับบริษัทในระยะสั้น–กลาง โดย 3 โครงการใหม่ ได้แก่ โครงการ BFTZ 8 เทพารักษ์ พื้นที่ 27,000 ตร.ม.โครงการ BFTZ 9 บางนา-ตราด กม.20 พื้นที่ 42,000 ตร.ม. และโครงการ BFTZ 10 วังน้อย พื้นที่ 50,000 ตร.ม. โดยโครงการเหล่านี้จะเป็นแหล่งสร้างรายได้เพิ่มในช่วง 1–3 ปีข้างหน้า และช่วยผลักดันเป้าหมายพื้นที่เช่ารวมสู่ 2 ล้านตารางเมตรซึ่งเป็นเป้าหมายใหม่ของบริษัท
ส่วนการลงทุนสร้าง “นิคมอุตสาหกรรมบางปะกง” ถือว่าเป็นธุรกิจNew Growth Engineที่บริษัทวางว่าจะเป็นแหล่งรายได้ก้อนใหญ่ในระยะถัดไปโดยตั้งเป้ายอดขายที่ดินรวมประมาณ8,500ล้านบาท ล่าสุดโครงการดังกล่าวได้ผ่านขั้นตอนการอนุมัติ
EIAแล้วและอยู่ระหว่างพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน คาดเริ่มเปิดดำเนินการในปี2570และจะทยอยรับรู้รายได้เฉลี่ยราว
2,000ล้านบาทต่อปี
ปรับโมเดลธุรกิจ สร้างรายได้ยั่งยืน
นางสาวรัชนี กล่าวว่า นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้ากลยุทธ์ “Industrial Hub-Driven Growth Model”สร้างอีโคซิสเต็มอุตสาหกรรมครบวงจรเชื่อมโยงคลังสินค้าFree Zoneกับนิคมอุตสาหกรรมเพื่อรองรับนักลงทุนทุกระดับพร้อมกันนี้ ยังใช้โมเดล“พัฒนา–ปล่อยเช่า–ขายเข้ากองทรัสต์–บริหารต่อ”เพื่อหมุนเงินลงทุนและสร้างรายได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาวด้วย
“เราไม่ได้เป็นแค่ผู้ให้เช่าพื้นที่แต่กำลังพัฒนาแพลตฟอร์มอุตสาหกรรมที่ครบวงจรเพื่อรองรับการย้ายฐานการผลิตและอุตสาหกรรมใหม่ เช่นEV, Data Centerและเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนรายได้ของบริษัทในอนาคต ทั้งนี้
บริษัทมั่นใจว่าแผนธุรกิจปี2569จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการยกระดับรายได้และโครงสร้างธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ท่ามกลางดีมานด์ลงทุนที่ยังไหลเข้าสู่ประเทศไทยโดยเฉพาะในพื้นที่EEC” นางสาวรัชนี กล่าว


