xs
xsm
sm
md
lg

นักเทรดคริปโตไทยเจ็บหนัก ขาดทุนเหรียญ ALPHA จาก 5 แสน ราคาเหรียญร่วงเหลือ 7 พัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



บทเรียนสุดเจ็บปวดจากตลาดหมีคริปโตปะทุขึ้นอีกครั้งในโซเชียลมีเดียไทย เมื่อนักลงทุนรายหนึ่งเปิดเผยหลักฐานชัดเจนว่าเงินลงทุนกว่า 500,000 บาท ที่ทุ่มลงไปกับเหรียญคริปโตสัญชาติไทยอย่าง ALPHA หรือ Alpha Finance Lab ซึ่งบัดนี้หดตัวเหลือเพียง 7,801 บาท นั่นคือการสูญเสียกว่า 98% ในพริบตา เรื่องราวที่แชร์กันจนเป็นไวรัลนี้ไม่ได้สะท้อนแค่โชคชะตาของนักลงทุนรายเดียว หากยังฉายภาพโหดร้ายของตลาดคริปโตซิ่งที่ไม่เคยยื่นมือช่วยใคร ขณะที่นักลงทุนรายอื่นต่างพากันออกมาสารภาพบาปทำนองเดียวกัน บางรายหนักกว่า ด้วยเงินต้น 5,000,000 บาท ที่กลับเหลือเพียง 2,000 บาท

วันที่ 3 เมษายน 2569 ท่ามกลางความผันผวนของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลที่ยังไม่คลี่คลาย ประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในแวดวงคริปโตไทยขณะนี้กลับไม่ใช่การคาดการณ์ราคาหรือโอกาสทำกำไร หากแต่เป็นเรื่องราวของความสูญเสียครั้งใหญ่ที่ลุกลามเป็นโดมิโนแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในหลายเพจโซเชียลมีเดีย จนกลายเป็นไวรัลที่ทั้งตกใจและเตือนสติไปในเวลาเดียวกัน

เรื่องทั้งหมดเริ่มต้นจากโพสต์หนึ่งในกลุ่ม Bitcoin Crypto Thailand เมื่อเจ้าของบัญชีรายหนึ่งตัดสินใจเปิดเผยความจริงอันเจ็บปวดจากประสบการณ์ลงทุนของตนเอง พร้อมแนบภาพถ่ายหน้าจอยืนยันตัวเลขอย่างชัดเจน โดยระบุว่าตนได้ทุ่มเงินลงทุนจำนวน 500,000 บาท เข้าไปในเหรียญคริปโทเคอร์เรนซีเหรียญหนึ่ง แต่สถานการณ์กลับพลิกผันจากที่หวังไว้โดยสิ้นเชิง เพราะ ณ ปัจจุบัน มูลค่าสินทรัพย์ทั้งหมดในพอร์ตของเขาหดตัวเหลือเพียง 7,801 บาท เท่านั้น

ตัวเลขดังกล่าวหมายความว่ามูลค่าสินทรัพย์เสียหายไปกว่า 98% หรือคิดเป็นความสูญเสียในเชิงตัวเงินที่ใกล้เคียงครึ่งล้านบาท ซึ่งถือเป็นบาดแผลทางการเงินที่หนักหน่วงและยากจะกู้คืนในระยะเวลาอันสั้น

เหรียญที่อยู่เบื้องหลังความสูญเสียครั้งนี้คือ ALPHA หรือ Alpha Finance Lab ซึ่งปัจจุบันรีแบรนด์ตัวเองภายใต้ชื่อ Stella โปรเจกต์ดังกล่าวถือเป็นโครงการ De-Fi ระบบ Cross-chain ฝีมือนักพัฒนาชาวไทย ที่สามารถรองรับการทำงานได้ทั้งบนบล็อกเชน Ethereum และ Binance Smart Chain


อย่างไรก็ตาม ชื่อเสียงในฐานะโปรเจกต์จากฝีมือคนไทยกลับไม่อาจพยุงราคาเหรียญหรือปกป้องความเชื่อมั่นของนักลงทุนเอาไว้ได้

สิ่งที่ทำให้กระแสนี้ขยายวงกว้างยิ่งขึ้น คือการที่บรรดานักลงทุนรายอื่นต่างพากันออกมาแสดงความคิดเห็นใต้โพสต์ดังกล่าว โดยแต่ละรายต่างเผยประสบการณ์ความเจ็บปวดในแบบฉบับของตนเอง

หนึ่งในนั้นเปิดเผยว่าตนได้ลงทุนไปมากถึง 5,000,000 บาท แต่ปัจจุบันมูลค่าที่เหลืออยู่กลับเป็นเพียง 2,000 บาท เท่านั้น ซึ่งหากคำนวณเป็นอัตราการสูญเสียแล้ว ตัวเลขดังกล่าวยิ่งน่าสะพรึงกว่าเจ้าของโพสต์ต้นเรื่องเสียอีก

กรณีเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงธรรมชาติอันโหดเหี้ยมของตลาดหมีคริปโต ที่มักไม่เปิดโอกาสให้นักลงทุนได้ตั้งตัว ขณะเดียวกันยังตั้งคำถามถึงระดับความเข้าใจในความเสี่ยงของนักลงทุนรายย่อย โดยเฉพาะในสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องต่ำและขาดปัจจัยพื้นฐานรองรับมูลค่าในระยะยาว