xs
xsm
sm
md
lg

'ศุภาลัย'สวนกระแส เพิ่มเป้าเปิดโครงการใหม่ รุกโซนรังสิตขายบ้านหรูเสริมโรงเรียนนานาชาติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศุภาลัย สวนกระแส เปิดโครงการใหม่เพิ่มอีก 5โครงการ  ขยับลงทุนมากถึง 33 โครงการ ทั้งแนวราบ คอนโด ล่าสุดรุกตลาดที่อยู่อาศัยโซนกรุงเทพฯ ตอนเหนือ สร้าง  Community Living Hub บนพื้นที่ใหญ่กว่า 287 ไร่ ติดถนนรังสิต-นครนายก เปิด 2 โครงการแนวราบ มูลค่าโครงการกว่า 5,000 ล้านบาท พร้อมเชื่อมต่อการเป็นคอมมูนิตี้ วางผังโรงเรียนนานาชาติ SISB หน้าโครงการ เสริมศักยภาพและรองรับครอบครัวขนาดใหญ่ เผย วิกฤตพลังงาน เลี่ยงไม่ได้กระทบต้นทุน ยันคงราคาบ้านต้นทุนเดิม ลุ้นหลังเม.ย.- พ.ค. พิจารณาบ้านต้นทุนใหม่

ดร.ประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทำเลรังสิต เป็นหนึ่งในทำเลยุทธศาสตร์ที่บริษัทเข้ามาพัฒนาโครงการมาแล้วถึง 30 โครงการ มีความเชี่ยวชาญครอบคลุมทุกเซกเมนต์ สร้างผลงานปิดการขายตั้งแต่พัฒนาโครงการในโซนรังสิตมูลค่าไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นล้านบาท ตลอดระยะเวลาที่เข้ามาพัฒนาโครงการ ทำให้เข้าใจดีมานด์และพฤติกรรมของลูกค้าในพื้นที่นี้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่ที่มองหาทั้งพื้นที่ใช้สอยตอบโจทย์ และสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยที่ดีในระยะยาว


ดังนั้น การพัฒนา Community Living Hub บนพื้นที่ใหญ่กว่า 287 ไร่ ที่ดินแปลงใหญ่ติดถนนรังสิต-นครนายก ที่ซื้อมาเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา วงเงินไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท มาพัฒนาโครงการใหม่ให้เป็นคอมมูนิตี้ ในเฟสแรก มี 2 โครงการ ได้แก่ โครงการศุภาลัย พรีมา วิลล่า รังสิต คลอง3 มูลค่าโครงการประมาณ 3,360 ล้านบาท บ้านเดี่ยวระดับลักชัวรี่ บนพื้นที่กว่า 98 ไร่ เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียม ด้วยบ้านขนาดใหญ่เริ่มต้น 100 ตารางวา จำนวน 271 ครอบครัว ราคาเริ่มต้น 18 ล้านบาท

ขณะที่โครงการ ศุภาลัย ปาล์มสปริงส์ รังสิต คลอง 3 มูลค่าโครงการประมาณ 1,790 ล้านบาท บนพื้นที่กว่า 57 ไร่ บ้านเดี่ยวและบ้านแฝด ซีรีส์ใหม่ จำนวน 310 ครอบครัว เหมาะสำหรับครอบครัวรุ่นใหม่ ที่ต้องการบ้านคุณภาพในคอมมูนิตี้ขนาดใหญ่ ราคาเริ่มต้น 4.19 ล้านบาท ปัจจุบัน ในเฟสแรกมียอดขายไปแล้ว 51% คิดเป็นมูลค่า 350 ล้านบาท

โครงการศุภาลัย พรีมา วิลล่า รังสิต คลอง 3
“ เรามองเห็นศักยภาพของที่ดินแปลงนี้ ไม่ลังเล ตัดสินใจซื้อมา ซึ่งเดิมแปลงด้านหน้าติดถนน จะทำเป็นห้างสรรพสินค้า แต่ด้วยการแข่งขันค้าปลีกที่สูง ทำให้เราต้องปรับให้มีศักยภาพสูงขึ้น ซึ่งการมีโรงเรียนนานาชาติ SISB เป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ ที่เชื่อมต่อระหว่าง 2 โครงการที่อยู่อาศัยได้ระยะ 0 เมตร สามารถรองรับใช้ชีวิตของครอบ ครัวขนาดใหญ่ในระยะยาวได้อย่างแท้จริง และยังมีที่ดินยังไม่พัฒนาอีก 90 ไร่ติดกับโครงการ คงต้องศึกษาตลาดและดีมานด์ให้ชัดเจนและละเอียดขึ้น คงไม่ใช่ในเร็วๆนี้ อย่างไรก็ดี ”ดร.ประทีป กล่าว

สำหรับสถานการณ์เรื่องวิกฤตพลังงานที่จะกระทบต่อราคาบ้านนั้น ดร.ประทีป ให้ความมั่นใจว่า บริษัทยังมีที่อยู่อาศัยที่อยู่ระหว่างการสั่งสร้างจำนวนมาก เป็นบ้านในราคาต้นทุนเดิม และยังไม่มีการปรับราคาแต่อย่างใด ซึ่งเราคงต้องติดตามผลกระทบเรื่องราคาน้ำมัน คาดจะเห็นความชัดเจนว่า ราคาที่อยู่อาศัยใหม่จะมีการปรับราคาขึ้นหรือไม่ ในช่วงเดือนเมษายนหรือพฤษภาคมนี้

“แน่นอน น้ำมันแพงขึ้น ก็กระทบต่อต้นทุน แต่เรามีการล็อกราคาไว้แล้ว รวมถึงการช่วยเหลือผู้รับเหมากับทางโครงการ เช่น การเสริมสภาพคล่องจ่ายเงินตรงตามเวลา การสั่งสินค้าวัสดุก่อสร้างจำนวนมากๆ เพื่อล็อกต้นทุนค่าวัดสุให้กับผู้รับเหมา ซึ่งในภาพรวมของอสังหาฯแล้ว ก่อนเกิดสงคราม อสังหาฯช่วงเดือนมกราคม และ กุมพาพันธ์ ดีกว่าช่วงเดียวกันของปี 2568 มีปัจจัยเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่ลดต่ำลง เงินเฟ้อในปีที่แล้ว ติดลบ ทำให้ผู้บริโภคพอมีเงินเหลือ แต่หลังสงคราม น้ำมันแพง เงินเฟ้อก็ทำให้สินค้าแพงขึ้นตามไปด้วย แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยระยะข้างหน้า ก็ต้องมาดูกันว่า จะยังคงต่ำอยู่หรือไม่”

โครงการศุภาลัย พรีมา วิลล่า รังสิต คลอง 3
ดร.ประทีป กล่าวว่าในปีนี้เราได้ปรับแผนการเปิดโครงการใหม่ โดยจะเปิดเพิ่มอีก 5 โครงการ หลังจากได้ที่ดินแปลงใหม่เข้ามาในปีนี้ ส่งผลให้ทั้งปี 2569 ศุภาลัยจะเปิดโครงการใหม่เพิ่มเป็น 33โครงการ จากแผนเดิมมี 28 โครงการ มูลค่ารวมที่แถงข่าวครั้งแรก ประมาณ 35,000 ล้านบาท โดยเน้นตลาดระดับกลางเป็นหลัก แบ่งเป็นแนวราบ 23 โครงการ และคอนโดมิเนียม 5 โครงการ.