สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกโรงงัดดาบเหล็ก สั่งร้องทุกข์กล่าวโทษแพลตฟอร์มชื่อดัง "บิทาซซ่า และ ฟรีดอมเวิร์ส" พร้อมเชือด 3 ผู้บริหารระดับสูง ส่งคดีตรงถึงมือตำรวจเศรษฐกิจ หรือ บก.ปอศ. ฟันอาญาข้อหาหนัก แอบแฝงประกอบธุรกิจผู้ค้าคริปโตโดยไร้ใบอนุญาต แฉพฤติการณ์ใช้ฟีเจอร์ คริปโต ดัสต์ และ ฟรีดอม การ์ด เป็นเครื่องมือฟันกำไรนอกกระดานเทรด สะท้อนภาพการจัดระเบียบตลาดทุนดิจิทัลที่เข้มข้นขั้นสุด พร้อมเตือนนักลงทุนระวังตกเป็นเหยื่อแพลตฟอร์มเถื่อนที่ไร้กฎหมายคุ้มครอง
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ได้ประกาศเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด ด้วยการกล่าวโทษ บริษัท บิทาซซ่า จำกัด และ บริษัท ฟรีดอมเวิร์ส จำกัด พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง 3 ราย ได้แก่ นายกวิน พงษ์พันธ์เดชา, นายธนวัต สุตันติวรคุณ และ นายวี เกียรติ เควิ่น เฮง ต่อ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ บก.ปอศ.
ข้อหาฉกรรจ์ที่ ก.ล.ต. งัดขึ้นมาจัดการในครั้งนี้ คือพฤติการณ์ที่เข้าข่ายการประกอบธุรกิจผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งถือเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 26 และมาตรา 94 ประกอบมาตรา 26 แห่งพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พุทธศักราช 2561 อย่างชัดแจ้ง โดยมีความผิดและต้องระวางโทษตามมาตรา 66 แห่งพระราชกำหนดฉบับเดียวกัน
จากการสืบสวนและตรวจสอบเชิงลึกของ ก.ล.ต. พบพฤติการณ์ที่พลิกแพลงและซับซ้อนของ บิทาซซ่า ซึ่งแม้จะได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจในฐานะ นายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล แต่กลับลักลอบให้บริการแก่บุคคลทั่วไปในการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลกับตัวบริษัท บิทาซซ่า เองโดยตรง ซึ่งถือเป็นทางค้าปกติที่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม หรือที่รู้จักกันในวงการว่าบริการ คริปโต ดัสต์
ขณะที่ความซับซ้อนไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่นั้น ก.ล.ต. ยังตรวจพบว่า บิทาซซ่า ได้จับมือกับ ฟรีดอมเวิร์ส เพื่อผลักดันบริการผลิตภัณฑ์ ฟรีดอม การ์ด ซึ่งมีรูปแบบการทำงานคือการรับซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลจากผู้ใช้งาน เพื่อนำไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดและเติมมูลค่าลงใน ฟรีดอม การ์ด โดยกระบวนการนี้มีการหักเก็บค่าธรรมเนียม ซ้ำร้ายยังมีการทำการตลาดและเชิญชวนบุคคลทั่วไปให้เข้ามาใช้บริการผ่านช่องทางบัญชี เฟซบุ๊ก ของ บิทาซซ่า อย่างเปิดเผย ซึ่งเป็นการแสดงเจตนาให้บริการแก่ลูกค้าเป็นการทั่วไป
ประเด็นสำคัญที่ชี้ขาดความผิดในทางกฎหมาย คือทั้งสองกรณีดังกล่าว ไม่ปรากฏหลักฐานหรือข้อมูลใดๆ ที่แสดงให้เห็นว่ามีการส่งคำสั่งซื้อขายไปยังศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งอื่น การกระทำทั้งหมดจึงเป็นการจับคู่และแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นนอกศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งเข้าข่ายการผันตัวเป็น ผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล ตามมาตรา 3 แห่งพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลฯ ในขณะที่ทั้ง บิทาซซ่า และ ฟรีดอมเวิร์ส ไม่เคยได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจในประเภทนี้แต่อย่างใด การกระทำดังกล่าวจึงถือเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายอย่างร้ายแรง
ในส่วนของความรับผิดชอบระดับบุคคล ก.ล.ต. ชี้ชัดว่า นายกวิน ในฐานะอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายธนวัต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนปัจจุบันของ บิทาซซ่า คือผู้ที่มีอำนาจและต้องรับผิดชอบต่อการดำเนินงานของบริษัทในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ ขณะเดียวกัน นายกวิน และ นายวี เกียรติ เควิ่น เฮง ซึ่งนั่งแท่นเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของ ฟรีดอมเวิร์ส และเป็นผู้ลงนามในสัญญาความร่วมมือระหว่างทั้งสองบริษัท ก็หนีไม่พ้นความรับผิดชอบนี้เช่นกัน บุคคลทั้ง 3 รายจึงต้องร่วมรับผิดทางกฎหมายในฐานะตัวการร่วมเทียบเท่ากับนิติบุคคล
อย่างไรก็ดี ก.ล.ต. ได้เน้นย้ำว่า การกล่าวโทษในครั้งนี้เป็นเพียงปฐมบทของกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ขั้นตอนหลังจากนี้จะเข้าสู่กระบวนการสอบสวนของพนักงานสอบสวน บก.ปอศ. การพิจารณาสั่งฟ้องของพนักงานอัยการ และการพิพากษาของศาลยุติธรรมตามลำดับ ซึ่ง ก.ล.ต. ยืนยันจะติดตามความคืบหน้าและประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิด เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายสัมฤทธิ์ผล และจัดการกับผู้กระทำความผิดจนถึงที่สุด
นอกจากนี้ สำนักงาน ก.ล.ต. แนะนำนักลงทุนและประชาชนทั่วไป ให้เพิ่มความระมัดระวังในการทำธุรกรรมหรือใช้บริการกับผู้ประกอบธุรกิจคริปโตที่ไม่มีใบอนุญาต เนื่องจากผู้ลงทุนจะไม่ได้รับความคุ้มครองทางกฎหมาย และเสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวง หรือ สแกม ตลอดจนอาจเข้าไปพัวพันกับกระบวนการฟอกเงินข้ามชาติโดยไม่รู้ตัว
พร้อมกันนี้ ก.ล.ต. ขอเตือนประชาชนและผู้ลงทุนให้ระมัดระวังการใช้บริการกับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และยังมีความเสี่ยงที่จะถูกหลอกลวง (scam) รวมถึงความเสี่ยงด้านการฟอกเงิน โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาตได้ที่ www.sec.or.th และแอปพลิเคชัน SEC Check First และสามารถตรวจสอบรายชื่อบุคคลที่มิใช่ผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. ได้ที่ investor alert
ทั้งนี้ หากมีเบาะแสเกี่ยวกับการดำเนินการที่น่าสงสัย โปรดแจ้งที่ “ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแส” โทร. 1207 หรือผ่านช่องทาง Facebook page “สำนักงาน กลต.” หรือ Sec Live Chat ที่เว็บไซต์ ก.ล.ต. เพื่อการตรวจสอบในเชิงลึกต่อไป


