เสียงเตือนจากบรรดากูรูทองคำ ดังสนั่นขึ้นหลายวันแล้ว เตือนนักเก็งกำไรหรือนักเล่นทองคำทั้งหลายให้ระมัดระวังเสี่ยง เพราะแนวโน้มในระยะสั้น ทองคำอาจดิ่งลงเหวลึกต่อไป และยังไม่ถึงเวลาที่จะเข้าไปช้อนซื้อ
ปกติร้านค้าทองคำย่านเยาวราช จะคราคร่ำไปด้วยนักเก็งกำไร ในยามที่ราคาทองคำพุ่งแรง โดยคนที่กำทองไว้จะแห่กันเข้าคิวขาย แต่ยามที่ราคาทองคำปรับฐานร่วงลงมา จะมีคนต่อแถวยาวเหยียดเข้าช้อนซื้อ
แต่ราคาทองที่ทรุดลงมาครั้งนี้ กลับไม่เห็นบรรยากาศนักเก็งกำไรแอดอัดยัดเยียดตามร้านทอง โดยส่วนหนึ่งอาจซื้อไปแล้ว ช่วงที่ราคาทองตกลงใหม่ๆ แต่เมื่อทองลงไม่หยุด จึงถอดใจ ไม่กล้าใส่เงินเข้าไปอีก
ก่อนสงครามตะวันออกกลางจะปะทุ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ราคาทองคำเคยพุ่งทะลุ 5,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ สร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ก่อนถูกทุบขายทำกำไรจากนักลงทุนรายใหญ่ๆ ที่เก็บตุนทองไว้มหาศาล จนราคารูดลงแรง
แม้จะเกิดสงครามอิหร่าน แต่ราคาทองคำไม่ได้พุ่งทะยานกลับไปแตะจุดสูงสุดเดิม โดยขยับขึ้นไปสูงสุดที่ระดับประมาณ 5,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากนั้นจึงทรุดฮวบต่อเนื่อง จนสร้างจุดต่ำสุดใหม่ในรอบปีเศษ หลุดระดับ 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์
เช่นเดียวกับราคาทองคำแท่งในประเทศที่ร่วงลงมาสร้างจุดต่ำสุดใหม่ปี 2569 เหลือเพียงบาทละประมาณ 66,600 บาท จากที่เคยขึ้นไปสูงสุดที่ประมาณบาทละ 83,000 บาท
ทองคำในตลาดโลกพุ่งขึ้นต่อเนื่องหลายปี และทำให้จำนวนนักเก็งกำไรทองคำเพิ่มขึ้นในอัตราเร่ง รวมทั้งนักเก็งกำไรในประเทศ ซึ่งที่ผ่านมา ไม่มีใครเจ็บเนื้อเจ็บตัว เพราะทองขึ้นสร้างจุดสูงสุดใหม่มาตลอด
สงครามตะวันออกกลางที่ไม่มีสัญญาณการจบเร็ว ไม่ยุติลงง่าย แต่มีแนวโน้มที่จะสู้รบกันอย่างยืดเยื้อ ลุกลามบานปลาย ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจทั้งโลก ทำให้นักเก็งกำไรคาดการณ์ว่า ราคาทองจะต้องฟื้น และพุ่งขึ้นต่อเนื่อง
เพราะทุกครั้งที่เกิดสงครามใหญ่ระหว่างประเทศ ราคาน้ำมันและทองคำจะดีดตัวขึ้นรุนแรง แต่หุ้นจะตกต่ำระเนระนาด
แต่สงครามตะวันออกกลางที่ยังร้อนแรงอยู่จนถึงวันนี้ ทั้งตลาดหุ้นและทองคำ กลับร่วงเละเทะ มีแต่ราคาน้ำมันเท่านั้นที่วิ่งระเบิดเถิดเทิง และมีแนวโน้มที่จะทะลุขึ้นไปยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
จากจุดสูงสุดกว่า 5,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาทองคำปรับฐานลงรอบนี้เกือบ 1,400 ดอลลาร์ และถ้าเป็นราคาทองคำแท่งในประเทศ ลงมาบาทละประมาณ 17,000 บาทแล้ว
นักเก็งกำไรทองคำเที่ยวนี้เจ็บหนัก และแทบไม่มีใครหนีทัน หรือขายทิ้งทำกำไรได้ทัน โดยบางส่วน อาจเข้าไปช้อนซื้อช่วงขาลงเพิ่มเติมอีก เพราะคิดว่า ทองจะลงชั่วคราวในระยะสั้นๆ ก่อนที่จะเด้งกลับขึ้นมาใหม่
แต่ทองดิ่งลงลึกเกินความคาดหมาย และแม้จะลงมาแตะระดับ 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์แล้ว ผู้เชี่ยวชาญทองคำส่วนใหญ่ระบุว่า แนวโน้มทองคำยังลงได้อีก การปรับฐานยังไม่สะเด็ดน้ำเสียทีเดียว จึงแนะนำอย่าซื้อสวนทิศทางทองคำขาลง
ดอกเบี้ยที่อาจเปลี่ยนทิศสู่ขาขึ้น เพื่อสกัดกั้นเงินเฟ้อ ทำให้เกิดการเทขายทอง และหันไปถือเงินดอลลาร์แทน ทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งขึ้น ส่งผลให้ทองคำอ่อนยวบ
ตอนนี้มีเงินสด กำไว้แน่นในมือก่อน รอให้ทองคำหล่นลงไปถึงก้นเหวเสียก่อน จึงเริ่มต้นทยอยเก็บ ในราคาต้นทุนที่ต่ำกว่า และรอเวลาทำกำไร
เพราะเชื่อกันว่า ยังไงๆ ทองคำจะต้องกลับมาใหม่ เพียงแต่เมื่อไหร่ทองจะถึงยุคเฟื่องฟูอีกครั้งเท่านั้น


