นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 32.50-33.50 บาท/ดอลลาร์ และกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.80-33.15 บาท/ดอลลาร์ จากระดับเปิดเช้านี้(23มี.ค.69)ที่ 32.96 บาทต่อดอลลาร์
“อ่อนค่าลง”จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ณ ระดับ 32.80 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยอ่อนค่าลงบ้าง ในลักษณะ Sideways Up โดยมีจังหวะอ่อนค่าเข้าใกล้โซนแนวต้านสำคัญ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ทว่า เงินบาทเผชิญแรงกดดันพอสมควร ตามการปรับตัวลงต่อเนื่องของราคาทองคำ (XAUUSD) ท่ามกลางความกังวลว่า สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางอาจเสี่ยงทวีความรุนแรงมากขึ้นและอาจยืดเยื้อ
สำหรับสัปดาห์นี้รวมถึงในช่วงระยะสั้น เราประเมินว่า ควรจับตาสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง อย่างใกล้ชิด พร้อมรอลุ้น รายงานดัชนี PMI บรรดาประเทศเศรษฐกิจหลัก (สหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น)
ด้านแนวโน้มเงินบาทประเมินว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาท (USDTHB) ยังคงมีกำลังอยู่ และหากประเมินจากความผันผวนของเงินบาทที่สูงกว่าช่วงปกติมาก สะท้อนว่า เงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้านสำคัญ 33 บาทต่อดอลลาร์ หรือแม้กระทั่งโซน 34 บาทต่อดอลลาร์ ได้ ภายในช่วง 1 เดือน อย่างไรก็ดี เงินบาทเสี่ยงผันผวนแบบ Two-Way หรือพร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และที่สำคัญ ต้องจับตาโฟลว์ธุรกรรมของผู้เล่นในตลาด อย่างฝั่งผู้ส่งออก ที่อาจรอทยอยขายเงินดอลลาร์แถวโซนแนวต้าน 32.80-33.00 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งอาจช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทได้บ้าง ส่วนแรงขายสินทรัพย์ไทยจากบรรดานักลงทุนต่างชาติ ได้เริ่มชะลอลง โดยเฉพาะในฝั่งหุ้น ทำให้แรงกดดันเงินบาทด้านอ่อนค่าอาจเริ่มชะลอลงได้
นอกจากนี้ เรามองว่า การเคลื่อนไหวของบอนด์ยีลด์ไทยและอัตราดอกเบี้ย THOR สะท้อนแนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไปพอสมควร โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดมองว่า ธปท. อาจเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้ง ในปีนี้ และ อีก 1 ครั้ง ในปีหน้า ซึ่งเรามองว่า แม้ในกรณีเลวร้ายสุด ที่ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นและอยู่ในระดับสูงได้นานราว 3 เดือน เป็นอย่างน้อย ธปท. อาจเลือกที่จะคงดอกเบี้ยนโยบายไปก่อน หรือแม้กระทั่ง ลดดอกเบี้ย ควบคู่กับการใช้เครื่องมืออื่นๆ เพิ่มเติม (Unconventional Tools) เพื่อช่วยประคองเศรษฐกิจ ทำให้ระดับของบอนด์ยีลด์ไทยที่สูงขึ้นในช่วงนี้ มีความน่าสนใจมากขึ้น และอาจเปิดโอกาสให้บรรดานักลงทุนต่างชาติกลับมาลงทุนในตลาดบอนด์ไทยได้บ้าง
ในส่วนของเงินดอลลาร์นั้น เรามองว่า เงินดอลลาร์เสี่ยงผันผวนแบบ Two-Way Risk ตามการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายของบรรดาธนาคารกลางหลัก ซึ่งจะขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ


