นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้(20มี.ค.69)ที่ระดับ 32.49 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นมาก”จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 32.82 บาทต่อดอลลาร์ และมองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.40-32.75 บาท/ดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ทดสอบโซนแนวรับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นการแข็งค่าขึ้นมากกว่ากรอบล่างที่เราได้ประเมินไว้ในวันก่อนหน้า อีกทั้งเงินบาทยังผันผวนในกรอบที่กว้างกว่าปกติ สะท้อนถึงภาวะความผันผวนสูงของเงินบาทในระยะนี้ (แกว่งตัวในกรอบ 32.41-32.94 บาทต่อดอลลาร์)
โดยสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ไม่ได้ทวีความรุนแรงมากขึ้น และเริ่มเห็นโอกาสที่สถานการณ์พอจะคลี่คลายลงได้ หลังอิสราเอลชะลอการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่าน (ส่วนอิหร่านก็ส่งสัญญาณชะลอการโจมตีกลับต่อโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในตะวันออกกลาง) อีกทั้งสหรัฐฯ ได้พิจารณาผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน ซึ่งกดดันให้ราคาน้ำมันดิบทยอยปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ได้มีส่วนช่วยหนุนบรรยากาศในตลาดการเงินและกดดันเงินดอลลาร์ ทำให้ เงินบาทสามารถพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้น พร้อมกับการรีบาวด์ขึ้นใกล้โซน 4,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ของราคาทองคำ
สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ในฝั่งไทยผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานยอดการส่งออกและนำเข้า (Exports & Imports) ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งอาจยังคงสะท้อนการขยายตัวต่อเนื่องของการค้าระหว่างประเทศของไทยอยู่ โดยเฉพาะในส่วนของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และ Semiconductor รวมถึงติดตามพัฒนาการของสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง
สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาท (USDTHB) ได้อ่อนกำลังลงอย่างชัดเจน จนเงินบาทสามารถกลับมาแข็งค่าขึ้นได้มากกว่าที่เราประเมินไว้ในวันก่อนหน้า หลังผู้เล่นในตลาดได้ปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของบรรดาธนาคารกลางหลัก นอกเหนือจาก FED ทั้ง BOE และ ECB ซึ่งภาพดังกล่าวได้เป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนการรีบาวด์ขึ้นแรงของบรรดาสกุลเงินหลัก อย่างไรก็ดี เรามองว่า ผู้เล่นในตลาดได้คาดหวังแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของบรรดาธนาคารกลางหลักดังกล่าวไปมากพอควร ซึ่งเรายังคงประเมินว่า ในส่วน BOE ยังมีโอกาสทยอยลดดอกเบี้ยลงได้บ้าง เช่นเดียวกับในฝั่งของ ECB ที่อาจคงดอกเบี้ยมากกว่าที่จะขึ้นดอกเบี้ย 2-3 ครั้ง ในปีนี้ (แต่หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงมากขึ้นและยืดเยื้อกว่าคาด เราถึงจะปรับมุมมองใหม่อย่างมีนัยสำคัญ) ทำให้ การแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องของบรรดาสกุลเงินหลัก อาจเริ่มชะลอลงบ้าง จนกว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะคลี่คลายลง เนื่องจากบรรยากาศเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน ในภาพดังกล่าว จึงจะสามารถหนุนบรรดาสกุลเงินหลักเพิ่มเติมได้ ตามการลดสถานะถือครองเงินดอลลาร์ (Long USD) ลงบ้าง ซึ่งจะกดดันให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ทำให้ในระยะสั้น เรามองว่า การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทในช่วงคืนที่ผ่านมา อาจเริ่มชะลอลงแถวโซนแนวรับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์
นอกจากนี้ ในช่วงระหว่างวัน อาจต้องจับตาทิศทางฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติ ที่ยังคงเห็นการทยอยขายสินทรัพย์ไทยเพิ่มเติม ซึ่งอาจเป็นอีกปัจจัยที่กดดันเงินบาทฝั่งอ่อนค่าและจะชะลอการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทในช่วงคืนที่ผ่านมาได้


