ซิตี้กรุ๊ปปรับลดเป้าราคาบิทคอยน์ 12 เดือนลงฮวบจาก 143,000 ดอลลาร์ เหลือเพียง 112,000 ดอลลาร์ สวนทางกับแบล็กร็อคที่ทุ่มซื้อบิทคอยน์กว่า 600 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์เดียวกัน ความขัดแย้งระหว่างสัญญาณเตือนจากธนาคารยักษ์ใหญ่กับพฤติกรรมสะสมของสถาบันการเงินรายใหญ่ สะท้อนภาพตลาดที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายของความคืบหน้าทางนิติบัญญัติในกรุงวอชิงตัน แนะนักลงทุนจับตาสภาคองเกรสเดินเกมอย่างไรในช่วงที่เหลือของปี 2568
ซิตี้กรุ๊ปทบทวนเป้าหมายท่ามกลางการชะงักงันทางกฎหมาย
การปรับลดเป้าราคาครั้งนี้ส่งสัญญาณชัดเจนว่ากระแส "ทรัมป์เทรด" ที่ขับเคลื่อนตลาดหลังการเลือกตั้งปลายปี 2567 เริ่มสูญแรงลงอย่างมีนัยสำคัญ อเล็กซ์ ซอนเดอร์ส นักกลยุทธ์ของซิตี้กรุ๊ป กล่าวว่าปัญหาหลักคือตัวเร่งปฏิกิริยาด้านกฎระเบียบที่ตลาดฝากความหวังไว้หลังการเลือกตั้งนั้น กำลังเดินหน้าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้มาก และโอกาสทางนิติบัญญัติที่จะปลดล็อกคลื่นอุปสงค์จากกองทุน ETF รอบต่อไปที่แคบลงเร็ว
ขณะที่ซิตี้กรุ๊ปยังปรับลดเป้าราคาอีเทอร์เรียมลงพร้อมกัน จาก 4,304 ดอลลาร์ เหลือ 3,175 ดอลลาร์ ยืนยันว่าสินทรัพย์อันดับสองของตลาดเองก็ไม่อาจหนีพ้นผลกระทบจากความล่าช้าทางกฎระเบียบ ซอนเดอร์สระบุว่า สำหรับการออกกฎหมายคริปโตในสหรัฐอเมริกาในปีนี้กำลังแคบลงเรื่อยๆ หากปราศจากกรอบกฎหมายที่ชัดเจนในเรื่องโครงสร้างตลาดและสเตเบิลคอยน์ เงินทุนสถาบันที่ตลาดเฝ้าคาดหวังว่าจะไหลเข้ามามากในไตรมาสแรก
เป็นที่น่าสังเกตว่า กรณีฐานกระทิงของซิตี้กรุ๊ปก่อนหน้านี้เคยตั้งเป้าไว้สูงถึง 189,000 ดอลลาร์ ภายใต้สมมติฐานที่ว่าการเปลี่ยนแปลงนโยบายจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่สมมติฐานดังกล่าวยังต้องเผชิญความเสี่ยงกับปัจจัยแวดล้อมที่เข้ามากระทบ
กระแสเงินทุนยืนยันหรือขัดแย้งกับการปรับลดเป้าหมาย
อย่างไรก็ดีแม้ว่าซิตี้กรุ๊ปจะมีมุมมองระมัดระวัง ในทางกลับกันแบล็กร็อคกลับทุ่มซื้อบิทคอยน์ 600 ล้านดอลลาร์ ด้านสถาบันการเงินเองก็มีความกังวลเรื่องกรอบเวลากฎระเบียบ ผู้จัดการสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในโลก กลับมองที่ข้อจำกัดด้านอุปทานระยะยาว และมองราคาปัจจุบันเป็นโซนสะสมสินทรัพย์
ล่าสุดข้อมูลจาก Santiment ระบุว่ากระเป๋าบิทคอยน์ขนาดใหญ่ หรือกลุ่มวาฬ กลับมาเดินหน้าสะสมอีกครั้ง โดยดูดซับแรงขายจากนักลงทุนระยะสั้น รูปแบบนี้มักเป็นสัญญาณล่วงหน้าก่อนการขยายตัวของราคา อย่างไรก็ดีหากปราศจากไฟเขียวทางกฎหมายที่ซิตี้กรุ๊ปรอคอย การขยายตัวนั้นก็ถูกเลื่อนออกไปสู่ปี 2569
กรณีกระทิงหากบิทคอยน์ปรับตัวที่ระดับแนว 92,000 ดอลลาร์ได้ด้วยปริมาณซื้อขายสูง คาดการณ์ตลาดหมีจะถึงจุดสิ้นสุด และจะเป็นทิศทางขาขึ้นสู่ระดับ 112,000 ดอลลาร์ก็ แต่ทั้งนี้อาจต้องอาศัยการกลับตัวของกระแสเงินทุน ETF และสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินจากธนาคารกลางสหรัฐฯ
อย่างไรก็ดีหากเป็นกรณีกลับกันที่เป็นตลาดหมี หากหลุดแนว 84,000 ดอลลาร์ และปรับตัวลดลงโซน 72,000 ถึง 70,000 ดอลลาร์ ความชะงักงันในสภาคองเกรสจะยืนยันภาวะขาดแคลนปัจจัยขับเคลื่อน และราคาจะไหลลงสู่โซนสภาพคล่องต่ำ ซึ่งซิตี้กรุ๊ปเองกำหนดเป้าหมายในกรณีตลาดหมีคริปโตไว้ที่ 78,500 ดอลลาร์
ตัวชี้วัดที่ต้องจับตาตอนนี้คือข้อมูลกระแสเงินทุน ETF หากกระแสเม็ดเงินไหลตลาดลดลงเป้าราคาที่ประเมินไว้ที่ 112,000 ดอลลาร์ แต่หากสัปดาห์ที่มีเงินไหลเข้าระดับพันล้านดอลลาร์กลับมา เป้าหมายเดิมที่ 143,000 ดอลลาร์ก็จะกลับมาอยู่ในกรอบการลงทุนอีกครั้ง


