ธนาคารกรุงเทพจัดเวทีเสวนาใหญ่ “The Great Green Transition” ปีที่ 2 อัปเดต นโยบายและเทรนด์ด้านความยั่งยืนของโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมเปิด 3 ประเด็นสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงของภาคธุรกิจ ได้แก่ นโยบายด้านสภาพภูมิอากาศ นวัตกรรมด้านพลังงานและความยั่งยืน และเส้นทางองค์กรสู่อนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านวิสัยทัศน์และประสบการณ์ตรงจากผู้นำองค์กรระดับโลก ร่วมยกระดับธุรกิจไทยเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวได้อย่างยั่งยืน
นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)(BBL) กล่าวในโอกาสเปิดงานเสวนา “The Great Green Transition” ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ภายใต้หัวข้อ “Sustainable Growth in Action” ว่า การจัดงานในปีนี้เป็นการต่อยอดจากงานเสวนา “The Great Green Transition” ของธนาคารในปี 2568 ที่ผ่านมา เพื่อยกระดับมุมมองสู่แนวทางปฏิบัติที่สอดคล้องกับบริบทการทำธุรกิจในไทย ใน 3 ประเด็น ได้แก่ 1. การแปลงนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศระดับโลกสู่การขับเคลื่อนในระดับประเทศ 2. นวัตกรรมพลิกโฉมพลังงานและความยั่งยืน และ 3. เส้นทางองค์กรสู่อนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ภาคธุรกิจไทยสามารถนำไปปฏิบัติเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวได้อย่างแท้จริง
ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปี 2569 กฎหมายด้าน ESG (Environmental, Social, Governance) มีการบังคับใช้อย่างเข้มข้นขึ้น
เช่น มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) ของสหภาพยุโรป ที่บังคับใช้อย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ทั้งด้านการบังคับใช้กฎหมาย การรายงาน และการลงทุนสีเขียว ส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกสินค้าไปยังประเทศในสหภาพยุโรป โดยสินค้าไทยที่ส่งออกไปยังสหภาพยุโรปที่ได้รับผลกระทบด้านภาษีนำเข้าที่สูงขึ้น ได้แก่ เหล็ก ซีเมนต์ อะลูมิเนียม ปุ๋ย ไฮโดรเจน และไฟฟ้า ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีการปล่อยคาร์บอนในปริมาณสูง
เช่นเดียวกับประเทศขนาดใหญ่อีกหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น และจีน ต่างทยอยออกข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด โดยกำหนดให้บริษัทต้องเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ผู้ประกอบการไทยจึงจำเป็นต้องเร่งปรับตัวอย่างรวดเร็ว เช่น การลงทุนในเทคโนโลยีลดคาร์บอน หรือการจัดทำระบบรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ได้มาตรฐาน เพื่อรักษาตลาดส่งออกสำคัญและความน่าเชื่อถือในสายตานักลงทุน ทั้งนี้ไม่เพียงผู้ประกอบการรายใหญ่เท่านั้น แต่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก ไปจนถึงผู้ผลิตอย่างภาคการเกษตร ก็ต้องเร่งปรับตัวเช่นกัน เนื่องจากมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมได้เข้ามากำหนดมาตรฐานตั้งแต่ระดับวัตถุดิบ การผลิต ไปจนถึงการให้บริการ โดยมีระบบตรวจสอบย้อนกลับของผลิตภัณฑ์เป็นตัวกำกับ หากผู้ประกอบการไม่สามารถปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนด ก็เสี่ยงที่จะถูกตัดออกจากห่วงโซ่การผลิตของผู้ส่งออกได้
"การจัดงานเสวนา “The Great Green Transition” เป็นเวทีที่จะช่วยชี้แนวทางให้ภาคธุรกิจสามารถนำไปปรับใช้ในองค์กรและเกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรมมากที่สุด และหลักสูตรสำหรับผู้นำองค์กร “Green Transition Academy” เพื่อช่วยเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการและนักธุรกิจสู่ยุคคาร์บอนต่ำ ขณะเดียวกันธนาคารยังพร้อมสนับสนุนทางการเงินผ่าน “สินเชื่อบัวหลวงกรีนเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม” เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถปรับเปลี่ยนองค์กรและเทคโนโลยีที่จำเป็นสู่ธุรกิจสีเขียวได้อย่างราบรื่น เพราะวันนี้ประเด็นเรื่องความยั่งยืนไม่ใช่แนวทางสมัครใจ แต่เป็นข้อบังคับทางเศรษฐกิจและการค้าที่ทุกประเทศและธุรกิจต้องปรับตัว เพื่อรักษาตลาด สร้างโอกาสการลงทุน และสามารถยืนหยัดในเวทีเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายชาติศิริ กล่าว
ทั้งนี้ ในงานเสวนา “The Great Green Transition” ได้รับเกียรติจาก นางนีฟ คอลิเออร์-สมิธ รักษาการผู้แทนเลขาธิการสหประชาชาติประจำประเทศไทย, ผู้แทนโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทยกล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “Bridging Global Climate Policy into Local Business Reality” และ นายรอส คอนลอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีเมนส์ จำกัด บรรยายพิเศษ หัวข้อ “Transformative Innovations Shaping the Future of Sustainable Business” มาให้ความรู้ถึงหลักกฎเกณฑ์ที่จะมีผลกระทบกับภาคธุรกิจและนวัตกรรมสมัยใหม่ ที่สามารถลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก


