LPP เดินหน้าปรับองค์กรครั้งใหญ่ เปิดตัว Master Service Brand “UP” ยกระดับสู่ Integrated Property Services Ecosystem รับดีมานด์บริการอสังหาฯ ครบวงจร ท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวน มั่นใจรายได้ปี 2569 โต 20% พร้อมรุกตลาดมือสอง–NPA เสริมการเติบโตระยะยาว
นายอภิชาติ เกษมกุลศิริ กรรมการบริหาร บริษัท แอล พีเอ็น พร็อพเพอร์ตี้ มาเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า ทิศทางเศรษฐกิจปี 2569 ยังเผชิญความไม่แน่นอนจากแรงกดดันเงินเฟ้อ ต้นทุนพลังงาน และอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น อย่างไรก็ตาม มองว่าภาคอสังหาริมทรัพย์ยังมีโอกาส โดยเฉพาะสินค้าคงค้าง (Inventory) ที่ได้อานิสงส์จากต้นทุนก่อสร้างใหม่ที่เพิ่มขึ้น 5-10% ส่งผลให้มาร์จิ้นมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น
บริษัทจึงมุ่งสร้างโมเดลธุรกิจที่มีความยืดหยุ่น (Resilience) ผ่านการพัฒนาระบบนิเวศบริการอสังหาฯ ครบวงจร โดยปัจจุบัน LPP มีประสบการณ์บริหารชุมชนกว่า 34 ปี ดูแลพื้นที่รวมมากกว่า 13 ล้านตารางเมตร และมีรายได้ประจำ (Recurring Income) อย่างต่อเนื่อง โดยสัดส่วนรายได้หลักมาจากธุรกิจบริหารอาคารราว 56% ขณะที่ธุรกิจบริการเสริมและงานวิศวกรรมมีแนวโน้มเติบโตสูง
นายสุรวุฒิ สุขเจริญสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LPP บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2569 เติบโตประมาณ 20% แตะระดับ 2,200 ล้านบาท จากปี 2568 ที่มีรายได้ 1,832 ล้านบาท และคาดว่าในระยะ 5 ปี รายได้จะขยายตัวมากกว่า 2.5 เท่า จากการขยายบริการและพัฒนาโซลูชันใหม่อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน LPP เร่งนำเทคโนโลยีและ AI เข้ามายกระดับการให้บริการ ทั้งระบบบริหารอาคารอัจฉริยะ และระบบชำระเงินแบบไร้เงินสด เพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และยกระดับประสบการณ์ลูกค้า โดยเตรียมเปิดใช้งานเต็มรูปแบบภายในปีนี้
ทั้งนี้ การเปิดตัวแบรนด์ “UP” สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารชุมชน สู่การเป็นแพลตฟอร์มบริการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ภายใต้แนวคิด “Smooth Up Your Living” ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ราบรื่น โดยโครงสร้างใหม่ของบริษัท แบ่งบทบาทให้ LPP เป็น Corporate Brand กำหนดทิศทางองค์กร ขณะที่ “UP” ทำหน้าที่รวบรวมบริการทั้งหมดเข้าสู่ Ecosystem เดียว ครอบคลุม 9 บริการหลัก ตั้งแต่บริหารชุมชน อาคารสำนักงาน งานวิศวกรรม ก่อสร้าง ซ่อมบำรุง พลังงาน ความปลอดภัย ไปจนถึงบริการทำความสะอาด เพื่อเพิ่มมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว
นางสมศรี เตชะไกรศรี กรรมการผู้จัดการ LPP กล่าวเสริมว่า บริษัทยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์กรทั้งระบบ ตั้งแต่ Customer Experience ระบบ Back Office ไปจนถึงการพัฒนาบุคลากร พร้อมยกระดับมาตรฐานด้วยระบบคุณภาพสากล เช่น ISO 9001, ISO 14001 และ ISO 45001
นอกจากนี้ บริษัทมองโอกาสขยายธุรกิจสู่ตลาดสินทรัพย์มือสอง (Secondary Market) ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตสูงกว่าตลาดมือหนึ่ง 4-5 เท่า รวมถึงการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPA/NPL) เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ LPP มั่นใจว่าธุรกิจบริการอสังหาริมทรัพย์ยังมีความต้องการต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นปัจจัยพื้นฐานของการอยู่อาศัย พร้อมเดินหน้าสร้างมาตรฐานบริการและความเชื่อมั่น เพื่อขยายฐานธุรกิจในระยะยาว.


